ขายยามาฮ่าเปียโน.

เปียโนยามาฮ่า.



<<<          >>>

เปียโนยามาฮ่า
เปียโนยามาฮ่า
เปียโนยามาฮ่ามือ

หน้าหลักเปียโนยามาฮ่า
หน้ารองเปียโนยามาฮ่า
หน้าย่อยเปียโนยามาฮ่า
หน้ารายการเปียโนยามาฮ่า

โครงสร้างของเปียโน      เปียโนราคาถูก      การเลือกซื้อเปียโนมือสอง      การเลือกซื้อเปียโนไฟฟ้า      วิธีการดูแลรักษาเปียโน      การเคลื่อนย้ายเปียโน



THE HISTORY OF STEINWAY & SONS เปียโน Update File (16/10/52)

         ประวัติความเป็นมาของ STEINWAY & SONS PIANOS ปี 1850 ในวงการเปียโนระดับโลกมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักหลายชื่อแต่ชื่อของเปียโน Steinway and Sons ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในปีเดียวกันนั้นเอง Steinway ได้ทำการปฎิวัติทั้งด้านการผลิตเปียโนและการตลาดและภายใน 30 ปี เปียโนของเขาได้มีชื่อเสียงที่สุดในระดับโลกเค้าทำได้อย่างไร?

         Heinrich Engelhard Steinwey, ผู้ผลิตเปียโนจาก Seesen ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับ Brunswick ประเทศเยอรมันเขาได้ส่ง Carl ลูกชายของเขาไปยังอเมริกาเพื่อไปสำรวจความเป็นไปได้ทางธุรกิจเมื่อปี 1849 และวันที่ 29 มิถุนายน ปี 1850 Heinrich และภรรยาได้ตาม Carl เป็นเพื่อนไปตั้งรกรากอยู่ที่อเมริกาพร้อมทั้งลูกสาว 3 คนและลูกชายอีก 5 คนในขณะนั้น Heinrich มีอายุ 53 ปี และลูกชายของเขาได้ปลุกใจให้เขาย้ายไปสู่ความสำเร็จที่นิวยอร์ก Steinweg เริ่มต้นด้วยการปรับตัวเข้าสู่สิ่งแวดล้อมของอเมริกาและทำงานเริ่มทำงานสร้างเปียโนเพื่อศีกษาทดลองในสิ่งแวดล้อมใหม่ๆในวันที่ 5 มีนาคม 1853 บริษัท “Steinway and Sons” ได้ก่อตั้งขึ้นและเปียโนสี่เหลี่ยมได้เริ่มผลิดในเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ที่ร้านเล็กๆแห่งหนึ่งใน 85 Varick Street, Newyork City ต่อมาปี 1860 เปียโนสี่เหลี่ยมได้ถูกผลิดออกมาประมาณ 30 ตัวและเปียโนขนาดใหญ่อีก 5 ตัวต่อสัปดาห์ในโรงงานใหม่ที่ใหญ่และทันสมัยมีคนงานถึง 350 คน ปี 1890 โรงงานของเขาได้ขยายการผลิตทั้งในนิวยอร์กไปสู่เมืองฮัมบูร์ก (Hamburg) ประเทศเยอรมันซึ่งผลิตทุกส่วนของเปียโนในร้านโชว์รูมที่หรูหราถนน14th street ในนิวยอร์กได้โชว์เปียโนซี่งจดสิทธิบัตรล่าสุดทั้งหมดของบริษัทและชั้นสองของโชว์รูมมีผู้ฟังประมาณ 2000 คนมาร่วมฟังเสียงที่โดดเด่นของ Grand Piano ซี่งไม่สามารถจินตนาการได้จากเปียโนในรอบสิบปีที่ผ่านมาอะไรเป็นแรงผลักดันให้ Steinway ได้ก้าวไปสู่มิติใหม่ของการผลิตเปียโน?

         Heinrichกลางศตวรรษที่ 19 Steinway ได้จัดแสดงผลงานของนักแต่งเพลงเช่น Chopin และ Liszt ซึ่งแต่งเพลงโด่งดังมากมายเพลงเหล่านี้ถูกแต่งมาเพื่อใช้กับเปียโนที่อยู่เหนือและก้าวล่ำกว่าเปียโนในขณะนั้นซึ่งจะต้องเป็นเปียโนที่มีเทคนิคในระดับสูงมีคันเหยียบที่มากขึ้นจะต้องเป็นเปียโนที่มีเสียงประหนึ่งวงออเชสตราเมื่อ Steinway มาถึงอเมริกาเค้าได้นำมุมมองเหล่านั้นมาพัฒนาให้ดีขึ้นเขาและลูกชายของเขา (William, Henry Jr, และ Chaarles)ได้แข่งขันอย่างหนักในการเป็นผู้ผลิตเปียโนที่มีชื่อเสียงในอเมริกาพวกเขาเผชิญกับการแข่งขันอันหนักหน่วงและเปียโนของ Henry Jr ได้เข้ารับการจดสิทธิบัตรสำหรับ grand paino ในปี 1859 และนำไปสู่หนทางแห่งความสำเร็จของ Steinway สีบมา Theodor Steinway ลูกชายคนโตของ Henry ยังคงอยู่ที่เยอรมันเพื่อดูแลความเรียบร้อยและเสียงตอบรับความสนใจของสินค้าเปียโนและมีจดหมายให้ความสนใจส่งมามากมายก่อนที่จะนำมาซึ่งความสำเร็จทั้งหมดนี้พวกเขาได้เผชิญกับอุปสรรคมากมายแต่พวกเขาก็ฝ่าฟันมันมาได้ทันเวลา

         ความหายนะของสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งนำมาสู่ภาวะเศรษกิจตกต่ำอย่างใหญ่หลวงในปี 1929 ทำให้การผลิตเปียโนของ Steinway ได้ยุติลงไม่มีข้อสงสัยเลยว่าทำไมเปียโนของ Steinway ถึงเป็น “The Standard Piano of the World” เพราะมันไม่ง่ายเลยที่จะฝ่าฟันอุปสรรคและอยู่รอดมาได้ยาวนานจนถึงทุกวันนี้.


*สรุปว่านี่คือสุดยอดของคำว่า "เปียโน" ครับและที่สุดยอดกว่านั้นเรามีมือสองราคาประหยัดครับ ขายดีมั่กๆซะด้วยอ่ะครับ.*

/\..UP../\


THE HISTORY OF YAMAHA เปียโน Update File (14/10/52)

         ประวัติความเป็นมาของ YAMAHA PIANO ตั้งแต่ Torakusu Yamaha ได้สร้างเปียโนของญี่ปุ่นตัวแรกในปี 1900 ยามาฮ่าได้นำไปสู่หนทางใหม่ๆ ในการปรับปรุงการผลิตเปียโนแบบดั้งเดิมซึ่งนวัตกรรมใหม่ๆไม่เพียงแต่ยามาฮ่าเท่านั้นที่คิดค้นแต่โรงงานอื่นๆ ยังคงให้ความสนใจในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ อีกด้วยซึ่งในศตวรรษนี้ให้ความสำคัญกับการผลิตเปียโนมาตรฐานคุณภาพประสิทธิภาพและรูปแบบระดับสูง
ซี่งมาตรฐานเหล่านี้ส่งผลให้ยามาฮ่าเป็นผู้นำในการผลิตเปียโนระดับโลก.

         ยามาฮ่าได้พัฒนาความก้าวหน้าและความประณีตอย่างมหาศาล ในด้านการออกแบบเสียงและการวิเคราะห์ทางเทคโนโลยีในการคัดเลือกและประเมินผลของวัสดุในด้านการออกแบบส่วนประกอบเช่น กรอบเหล็ก เครื่องมือการผลิตและขั้นตอนการผลิตเปียโนยามาฮ่ามีมาตรฐานระดังสูงในทักษะและความเชี่ยวชาญที่มีมาช้านานในการเป็นผู้นำทางอุตสาหกรรมดนตรีในการสร้างสรรค์เปียโนรูปแบบใหม่ยามาฮ่าเป็นผู้บุกเบิกการผสมผสานระหว่าง digital และ acoustic, การอัดเสียง การปรับปรุงแก้ไข, การเล่นเปียโนแบบเงียบๆ ซึ่งหมายถึงการเล่นเปียโนโดยใช้หูฟังซึ่งผู้ผลิตรายอื่นๆได้มีการพัฒนาไล่ตามยามาฮ่าซึ่งก้าวล้ำหน้าผู้ผลิตอื่นๆ เสมอ.


/\..UP../\


THE HISTORY OF KAWAI เปียโน Update File (14/10/52)

         ประวัติความเป็นมาของ KAWAI PIANO คุณภาพอันน่าทึ่งของ Kawai เปียโนเกิดจากการอุทิศตนอย่างปราณีตของบริษัทในการดำรงไว้ซี่งเสียงอันน่าประทับใจของเปียโน เสียงของมันถูกบรรยายออกมาดั่งความนิ่มนวลของผ้าห่มซึ่งจะต้องสัมผัสเองถึงจะเข้าใจอย่างลึกซึ้งในตอนต้น Koichi Kawai เริ่มจากการทำการวิจัยใจห้องแล็ปเกี่ยวกันเครื่องดนตรีกับเพื่อนๆในปี 1927. Kawai ได้รับเลือกให้ไปฝึกงานในโรงงานเปียโนของ Torakusu Yamaha เขาขยันทำงานและยังเป็นกุญแจสำคัญในผลงานของหลายๆรางวัลโดย Nippon Gakki Co.,Ltd ซี่งก่อตั้งโดย Yamaha หลายปีต่อมา Kawai ตัดสินใจที่จะทำโปรเจ็คของตัวเองหลังจากที่ Yamaha ได้ดำเนินต่อไปและมีปัญหาอันเนื่องมาจากพิษเศรษฐกิจเขาได้นำเพื่อนร่วมงานมาด้วย 7 คนและพวกเขาร่วมกันจัดตั้งห้องแล็ปใหม่.

         เป้าหมายของ Kawai ก็คือการได้สร้างเปียโนที่ดีกว่าและความสำเร็จชิ้นแรกของเขาก็คือการปฎิบัติการเริ่มแรกของเปียโนในประเทศญี่ปุ่นซึ่งทำให้ลดต้นทุนในการผลิตซึ่งไม่ต้องนำเข้าการปฎิบัติการอีกต่อไปภายในหนึ่งปีแล็ปของเขาเริ่มจากเปียโนขนาดเล็กไปสู่เปียโนขนาดใหญ่ชื่อแล็ปได้เปลี่ยนไปและขยายกิจการขึ้นในปี 1929 เพียงสองปีหลังจากที่แล็ปได้ก่อตั้งชื่อของแล็ปได้เปลี่ยนไปเป็น Kawai Musical Instruments Co., Ltd. และธุรกิจของเค้าได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงไปมากมายตามกาลเวลารวมทั้งการเริ่มจัดตั้งห้างหุ้นส่วนและได้เปลี่ยนชื่อเป็น Kawai Musical Instruments Manufacturing Co., Ltd.

         ในปี 1930 บริษัทได้ขยายกว้างออกไปอีกและเริ่มที่จะผลิตเครื่องดนตรีประเภทขลุ่ย (Reed organ)แต่การเปลี่ยนแปลงเริ่มไปไม่ได้สวยเพราะภาวะกดดันทางสงครามเช่นเดียวกับหลายๆโรงงานในช่วงภาวะสงครามโลกครั้งที่ 2 Kawai Musical Instruments Manufacturing Co., Ltd. ได้หยุดการผลิตเปียโนระหว่างสงครามไปผลิตชิ้นส่วนของเครื่องบินแทนถึงแม้ว่าสงครามจะยุติลงในปี 1945 แต่ญี่ปุ่นยังคงต้องต่อสู้ดิ้นรนที่จะฟี้นฟูประเทศหลังจากได้รับความเสียหายครั้งยิ่งใหญ่จนกระทั่งสามปีต่อมา Kawai Musical Instruments Manufacturing Co., Ltd. ได้สามารถกลับมาผลิตเครื่องดนตรีได้อีกครั้ง.

         บริษัทใช้เวลาไม่นานในการฟึ้นฟูและต่อมาไม่นานบริษัทมีพนักงานเกินกว่า 500 คนและสามารถผลิตเปียโนได้ 1500 ต่อปี Kawai ได้พัฒนาและมีคอร์นเสิร์ตเปียโนครั้งแรกของเขาซึ่งเขาได้ชนะ The Blue Ribbon Medal of Honor. เพียงสองปีต่อมา Koichi Kawai ได้เสียชีวิตและ Shigeru ลูกชายของเขาได้เข้าสืบทอดกิจการ ณ ตอนนั้นได้กลายเป็นบริษัทจำกัดไม่ใช่ห้างหุ้นส่วนอีกต่อไป ลูกชายของเขาได้ปรับเปลี่ยนบริษัทให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้นในการนำเทคโนโลยีที่มีความแม่นยำและแน่นอนแต่ยังคงคุณภาพเทียบเท่ากับแรงงานคนซึ่งเร็วกว่าและทันสมัยกว่าเดิม Shigeru มีความเป็นผู้บริหารมากพอๆกับพ่อของเขาและผลักดันอย่างหนักให้บริษัทได้เจริญเติบโตเมื่อการผลิตมีมากกว่าความต้องการ Shigeru ได้เกิดความคิดในการโปรโมทการขายโดยการก่อตั้งโรงเรียนดนตรี Kawai เพื่อฝึกสอนครูสอนดนตรีและส่งออกไปสอนยัง Kawai Music School ในต่างประเทศซึ่งส่งผลให้มีความต้องการเปียโนเพิ่มมากขึ้น

         นอกจากนี้เขายังก่อตั้ง Kawai piano Technical Center ซึ่งมีผู้รอบรู้เกี่ยวกับเปียโนในการซ่อมบำรุงอีกด้วยไม่กี่ปีต่อมา บริษัทได้ขยายสาขาย่อยเพื่อขายและให้บริการซ่อมบำรุงและในปี 1969 Kawai Musical Instruments Manufacturing Co., Ltd. ได้เคลื่อนย้ายไปสู่ประเทศอเมริกาในปี 1989 ได้มาถึงยุคที่สามของบริษัทซึ่งบริหารงานโดยผู้บริหารรุ่นที่ 3 และ Kawai Pianos ยังเป็นหนึ่งในเครื่องดนตรีที่มีชื่อเสียงระดับโลกและบริษัทยังคงพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งที่จะผลิตเปียโนคุณภาพและขยายกว้างไปสู่ท้องที่ใหม่ๆต่อไป.

*สรุปว่า Kawai เปียโนเป็นที่ 2 รองจาก YAMAHA เปียโนครับ.*

คุณภาพไม่ทิ้งกันเท่าไรแต่เสียงเปียโนจะออกคนละแบบของ YAMAHA เปียโน จะออกเสียงแหลมใสกังวาล ส่วนของ Kawai เปียโน เสียงจะออกมาดั่งความนิ่มนวลของผ้าห่มนุ่มลึก ดีทั้ง 2 ยี้ห้อครับแล้วแต่ใครจะชอบเสียงแบบไหนเท่านั้นเอง.







การเลือกซื้ออิเลคโทน *Update File (01/07/53)*
ประวัติความเป็นมาย่อๆของเครื่องดนตรีชนิดนี้

         อิเลคโทน,อิเลคโทนิคออแกนคือเครื่องดนตรีที่พัฒนามาจากคีร์บอร์ดออแกนที่เมื่อก่อนเวลาเล่นจะมีเบาะลมให้เราอัดลมเข้าไปในท่อ (Pipe) แล้วกดที่คีร์จะเกิดเสียงออแกนที่ไพเราะในสใตย์ที่โดดเด่นเป็นของมันเองซึ่งในปัจจุบันเครื่องดนตรีออแกนแท้ๆที่ยังคงเหลืออยู่นั่นก็คือ Pipe Organ ในโบสถ์ศาสนาคริสต์นั่นเองคือมีทั้งชั้น Upper Keyboard, Lower Keyboard และ Pedal (ชุดที่เหยียบด้วยเท้า)เนื่องจาก Pipe Organ จริงๆในโบสถ์คริสต์มีขนาดใหญ่มากเลยมีการพัฒนามาเป็นอิเลคโทนิคออแกนเพื่อให้มีขนาดกระทัดรัดขึ้น ในยุคแรกๆ ของอิเลคโทน(ชื่อนี้ตั้งขึ้นโดยบริษัทยามาฮ่าเริ่มผลิตหลังแรกรุ่น D-1 ตั้งแต่ปี 1959) ยังไม่มีเสียงอะไรมากนักนอกจากเสียงออแกนเป็นหลัก,ไม่มีต้องปรับอะไรยุ่งยากไม่มีลูกเล่นหรือจังหวะมากมายเหมือนสมัยนี้ ผู้เล่นในยุคนั้นต้องใช้ฝีมือล้วนๆในการเล่นเพลงยกไปไหนมาไหนสะดวก(ในรุ่นเล็กๆ)ไปเล่นกับวงดนตรีได้อย่างสบายๆในสไตย์ Solo แบบออแกนและนิยมเอาไปใช้ในโบสถ์ศาสนาคริสต์อีกด้วย.

         ต่อมาอิเลคโทน,อิเลคโทนิคออแกนได้พัฒนามากขึ้นโดยใส่จังหวะเข้าไปด้วยเพื่อให้เล่นได้เหมือนวงดนตรีทั้งวง มีหลายยี้ห้อได้แก่ Yamaha, Kawai, Casio, Technic, Roland จังหวะในยุคแรกๆพอฟังได้แต่เริ่มมีเสียงสังเคราะห์อื่นๆเพิ่มมากขึ้นเช่นเสียง String, Trumpet, Sax, Flute, Piano, Brass, Wha Wha เป็นต้นมาผสมแต่ก็ยังใช้เสียงออแกนอยู่ดี ส่วนรูปลักษณ์ภายนอกแตกต่างกันไปเช่นของ Yamaha ชุดออแกนจะเป็นแบบคันโยกสไลด์ขั้นลง 3 จังหวะส่วนของ Kawai ชุดออแกนจะเป็นแบบแกนชักเข้า-ออกเป็นต้นส่วนเอฟเฟ็คอื่นๆไม่ทิ้งกันเท่าไร แต่ยามาฮ่าได้พัฒนาอิเลคโทนได้เร็วกว่ามากเริ่มมีระบบ Sequnce เข้ามาบางแล้วแต่ยังทำได้แค่โปรแกรมจังหวะล่วงหน้าเท่านั้น ในยุคนั้น
อิเลคโทนตระกูล A,B,C,D,E เลข Serial สามตัวที่ฮือฮ่าในวงการดนตรีอิเลคโทนคือนั่นรุ่น C-605 ได้มีผู้นำเข้าห้องอัดเสียงบันทึกเพลงลูกทุ่งและไทยเดิมจนเทปขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ซึ่งตอนนั้นผู้เขียนได้เข้ามาสู่วงการแล้วรุ่นนี้คุณเชื่อไม๊?ว่าปัจจุบันนี้โรงแรมบางแห่งในกรุงเทพยังเก็บรุ่นนี้ไว้ใช้งานอยู่เลยเพราะเสียงจังหวะ Rumba และ Mambo อันแสนไพเราะของมันไม่มีเครื่องดนตรีอิเลคโทนิคใดเรียนแบบได้ นักร้องรุ่นแย้มฝาโลงต่างก็มาร้องเพลงกับเครื่องรุ่นนี้เห็นบอกว่ามันเหมือนในเทปอ่ะ...ฮ่าาา...ฮ่า..ฮ่า...ฮ่า..ฮ่า...

         หลังจากอิเลคโทนรุ่น C-605 ได้สร้างความสำเร็จในวงการเพลงลูกทุ่งและไทยเดิมทำให้อิเลคโทนของยามาฮ่าเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ซึ่งต่อมายามาฮ่าได้ผลิตรุ่นใหม่ออกมาอีกตระกูลนี้ได้ฉายาว่า "FAM" ตระกูลนี้ยังมีรูปลักษณ์เหมือนรุ่นที่ผ่านมาคือเป็นตู้ไม้ปิดหมดทั้งหน้าหลังสีสรรสวยงามมากฝาเปิด-ปิดเครื่องยังเป็นแบบสไลด์แต่เข้า-ออกแต่เริ่มเปลี่ยน Panal (แผงหน้าเครื่อง)เป็นแบบกดปุ่มและ Volume เป็นแบบสไลด์ขึ้น-ลงรุ่นเล็กรหัส FC-10, FE-20 ในชั้น Upper และ Lower keyboard รู้สึกว่าจะมี 3 Octave ครึ่งและชุด Pedal มี 1 Octave รุ่นขนาดกลางรหัส FS-20,30,50 ในชั้น Upper และ Lower keyboard รู้สึกว่าจะมี 4 Octave และชุด Pedal มี 1 Octave และรุ่นใหญ่รหัส FS-70, FX-10,20, FX-1 จะมีชั้น Keyboard เสริมพิเศษมาอีกชั้นนึงรู้สึกว่าจะมี 3 Octave ลักษณะ key จะเล็กและสั้นกว่าชั้น Upper Lower ชั้นนี้มีไว้เล่น Solo ส่วนชุด Pedal จะเป็นแบบ Full Bass 2 Octave รุ่นนี้ตั้งแต่ FS-50 ขึ้นไป Volume สามารถเลื่อนขึ้น-ลงเองได้ตามที่เซ็ท Registration ไว้ล่วงหน้า(เล่นตอนกลางคืนเวลากดปุ่ม Registration ชุด Volume เลื่อนมันขึ้น-ลงเองคิดว่าผีหลอก)แถมในรุ่น FS-70, FX-10,20 มีแผงไฟอยู่ใต้ที่เก็บฝาเปิด-ปิดเวลาเล่นเพลงกลางคืนเปิดสวิทไฟออกมามันชั่งได้บรรยากาศที่โรแมนติกที่สุดเลยส่วน Expression (ที่เหยียบปรับดัง-เบาโดยใช้เท้าขวา)ทุกรุ่นมีอันเดียวมี FootSwitch (ชุดควบคุมจังหวะ)อยู่ทางด้านซ้ายเท่านั้น ตระกูลนี้พัฒนาให้มีทั้งระบบ Sequnce (เซ็ทจังหวะล่วงหน้าได้),มี Registration (เซ็ทเสียงล่วงหน้าได้)และเริ่มมีระบบเก็บข้อมูลลง Registration Pack RP-1รุ่นนี้เป็นรุ่นสุดท้ายที่ยามาฮ่าสร้างขึ้นในรูปลักษณ์แบบตู้ไม้ปิดไม่เห็นขาผู้เล่นเวลาหันหน้าเข้าหาคนดู อิเลคโทนทุกรุ่นตั้งแต่เริ่มต้นจนมาถึงตระกูล FAM ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เล่นเพลงได้อย่างดีแต่จังหวะยังตายตัวไม่สามารถสร้างจังหวะขึ้นมาใหม่ได้ ไม่สามารถเล่นเพลงที่มี Time Signature (อัตราส่วนจังหวะ)5/4 หรือเล่น 2/4 ระหว่างกลางเพลงที่เป็น 4/4 ได้รวมทั้งอะไหล่ก็เริ่มไม่มีจะใช้ซ่อมแล้วหากเกิดเสียขึ้นมาจึงไม่แนะนำให้เลือกซื้อครับ.

         ***** รุ่น FX-1 เป็นอิเลคโทนรุ่นใหญ่สุดของตระกูลนี้ (International Model) เป็นรุ่นที่ยามาฮ่าออกแบบมาได้สวยงามมากกกก....สวยจริงๆครับใครเห็นแล้วไม่อยากเล่นไม่มีครับ แต่ราคานี่ซิ! โอ้โหครบชุดล้านหกอ่ะครับ พวกเครื่องระดับอินเตอร์นอกจากจะสั่งมาเพื่อขายแล้วก็จะสั่งมาเพื่อใช้ซ้อมแข่งอิเลคโทนระดับเอเซียและระดับโลกครับ ฉะนั้นถ้าใครไม่มีตังค์ซื้อแต่เป็นแชมป์จะไปแข่งอิเลคโทนต่อระดับเอเซียถึงจะได้เล่นครับ ตอนนั้นผู้เขียนได้แค่รองแชมป์เลยได้แต่มองเครื่องนี้ตาปริบๆครับไม่มีโอกาสได้เล่นครับ แต่ก็อย่างที่บอกอะครับว่าเครื่องตระกูลนี้เล่นเพลงได้อย่างดีแต่จังหวะยังตายตัวไม่สามารถสร้างจังหวะขึ้นมาใหม่ได้ ไม่สามารถเล่นเพลงที่มี Time Signature (อัตราส่วนจังหวะ)5/4 หรือเล่น 2/4 ระหว่างกลางเพลงที่เป็น 4/4 ได้รวมทั้งอะไหล่ก็เริ่มไม่มีจะใช้ซ่อมแล้วหากเกิดเสียขึ้นมาจึงไม่แนะนำให้เลือกซื้อครับ.*****

         อิเลคโทนรุ่นใหม่ตระกูลต่อมาเป็นรุ่น ME Series ตระกูลนี้ยังมีรูปลักษณ์เหมือนรุ่น FAM ทุกอย่างแต่ Panal เริ่มเปลี่ยนจาก Volume ที่เป็นแบบสไลด์ขึ้น-ลงเป็นแบบ Switch เล็กๆเรียงกัน 5 ระดับเริ่มมีระบบ Multi Menu (ลูกกลิ้งที่เก็บรายการโปรแกรมต่างๆ) โดยมีปุ่ม Data Control เป็นตัวควบคุมมี Upper,Lower Keybord มีอย่างละ 3 Octave ครึ่งมี Pedal 1 Octave ในตระกูล ME Series นี้เริ่มมีระบบ MIDI มาตรฐานสำหรับต่อเข้าสัญญานเข้ากับคอมพิวเตอร์แล้วนะครับ รุ่น ME Series มีนำเข้ามาน้อยมากรู้สึกว่าจะเห็นอยู่ 2 รุ่นคือ MC-200 กับ ME-300 ตระกูลนี้เริ่มมีระบบโปรแกรม Chord ,โปรแกรม Registration และโปรแกรม Rhythm ล่วงหน้าได้หลังจากโปรแกรมระบบต่างๆเรียบร้อยแล้วเวลาจะเล่นต้องเลือก Mode ซะก่อนว่าจะเล่นแบบ Automatic (Chord A.B.C)หรือแบบ Manual ไม่งั้นระบบจะไม่ทำงานครับตระกูลนี้ระบบจัดเก็บข้อมูลเปลี่ยนจาก Registration Pack RP-1 เป็น Ram Pack RP-3 ที่มีขนาดกระทัดรัดขึ้นแต่จังหวะยังตายตัวไม่สามารถสร้างจังหวะขึ้นมาใหม่ได้ ไม่สามารถเล่นเพลงที่มี Time Signature (อัตราส่วนจังหวะ)5/4 หรือเล่น 2/4 ระหว่าง กลางเพลงที่เป็น 4/4 ได้อยู่ดีเหมาะใช้เรียนดนตรีในระดับเริ่มต้นเท่านั้น.

         อิเลคโทนรุ่นใหม่ตระกูลต่อมาเป็นรุ่น HS Series ได้ฉายาว่า "A Legend Reborn" ตระกูลนี้ยามาฮ่าพัฒนาเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าใหม่หมดทั้งรูปลักษณ์ภายนอกที่เพรียวนั้นตัวบอดี้ที่เคยเป็นตู้ปิดตอนนี้เปิดออกเป็นช่องโล่งเห็นขาของผู้เล่น ฝาเปิด-ปิดเป็นกระจกแบบยกขึ้น-ลง Panal เป็บแบบกดปุ่มและ Volume เป็นแบบ Switch เล็กๆเรียงกัน 7 ระดับมีระบบ Multi Menu (ลูกกลิ้งที่เก็บรายการโปรแกรมต่างๆ) โดยมีปุ่ม Data Control เป็นตัวควบคุมเหมือนรุ่น ME Series แต่ชุดจะยาวกว่าในส่วน Upper,Lower Keybord มีอย่างละ 4 Octave และ Pedal มี 20 โน๊ตหรือ 1 Octave ครึ่งมี Expression เพิ่มเป็น 2 ชุดมี FootSwitch 2 ด้านซ้าย,ขวามี Registration เพิ่มขึ้นเป็น 8-16 ชุดในรุ่น HS-8 ส่วนในรุ่นใหญ่คือรุ่น HX-1 ชุด Upper,Lower Keybord มีอย่างละ 5 Octave ชุด Pedal ยังคงเป็นแบบ Full Bass เหมือนเดิม(เฉพาะ HX-1 ระบบ Sequnce เป็นแบบ Mode Select) ในตระกูล HS Series นี้ในรุ่นเล็กจะเริ่มจาก HC-1,2,3,4 HE-3,4,6 ในเมืองไทยนำเข้ามาแค่ HC-2, HE-3,4 มีระบบ MIDI มาตรฐานสำหรับต่อเข้าสัญญานเข้ากับคอมพิวเตอร์เหมือนรุ่น ME Series ฉะนั้นรุ่น HS Series นี้ถือว่าเป็นรูปลักษณ์แม่แบบของอิเลคโทนรุ่นใหม่ๆมาจนถึงปัจจุบัน รุ่นนี้พัฒนาระบบเสียงขึ้นมาอีกขั้นคือใช้แบบ FM (Frequency Modulation) และมีระบบเสียงแบบใหม่(มีเฉพาะรุ่น HS-8)คือ AWM (Advanced Wave Memory) อยู่ด้วยเพราะฉะนั้นเสียงออแกนตั้งแต่ตระกูลนี้จนถึงปัจจุบันจึงไพเราะมากๆตระกูล HS Series นี้ถือว่าเป็นรุ่นที่มีเทคนิคลูกเล่นแพรวพราวที่สุดตั้งแต่ยามาฮ่าเริ่มสร้างอิเลคโทนมาเลยก็ว่าได้คือสามารถสร้างกลองจังหวะใหม่ๆขึ้นมาได้,สร้าง Accompaniment แบบ Rhythmic Chord(ตีคอร์ดแบบกีตาร์)ใหม่ๆได้,สามารถตั้ง Sequnce ล่วงหน้าได้มากมายทั้งโปรแกรมจังหวะล่วงหน้า,อัด Chord ล่วงหน้า,ตั้งเปลี่ยน Registration ล่วงหน้า,โชว์ชื่อ Chord ระหว่างการเล่นเพลงและยังสามารถอัดเพลงทิ้งไว้ในเครื่องแบบแยก Track อัดได้อีก 1 เพลงอีกด้วยยิ่งต่อกับ MDR-3 (Music Disk Recorder เป็น Option เสริมแยกซื้อต่างหาก)สามารถอัด Tack เพิ่มได้อีกก็คือชุด Accompaniment คือสามารถเป็นตัวโน้ต(Melody Line)ออกมาได้เลยแถมหวดกลองที่ Lower Keyboard อัดเพิ่มได้อีก Track นึงตระกูลนี้มีระบบเก็บข้อมูลแบบ Ram Pack RP-3 และในรุ่น HX-1 ใช้ Ram Pack RP-5 รุ่น HS Series นี้ถ้าไม่ได้เอาไปเล่นพวกเพลงในสไตย์ Symphony Orchetra ถือว่าน่าซื้อใช้เป็นอย่างยิ่งเมื่อก่อนราคาเกือบ 2 แสนเดี๋ยวนี้ถ้าแบบพังๆคงไม่กี่ตังค์แต่ถ้าแบบเล่นได้ดีๆก็ต้องมีราคาหน่อยจากประสบการณ์ที่เจอมาเครื่องราคาถูกๆมักมาจากตามห้องเรียน คิดดูว่าแย่ขนาดไหนเพราะวันๆเจอตั้งหลายมือหลายเท้าเด็กน.รเข้ามาซ่อมกระทืบกันแทบทุกวันเป็นเดือนๆเป็นปีๆพังแล้วพังอีกซ่อมแล้วซ่อมอีกไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ส่วนเครื่องมือสองดีๆต้องให้มืออาชีพคัดเลือกให้ครับได้มารับรองคุ้มค่าจริงๆไม่ผิดหวังแน่นอนสนใจโทรมาสั่งได้เลยนะครับ.

         ***** รุ่น HX-1 เป็นอิเลคโทนรุ่นใหญ่สุดของตระกูลนี้ (International Model) ระบบ Sequnce จะ Run เป็นแบบ Mode Select หมายถึงเมื่อเซ็ท Sequnce เสร็จแล้วต้องเลือก Mode ที่จะเล่นว่าจะเป็นแบบ Automatic (Chord A.B.C)หรือ Manual (ใช้เท้าเหยียบเบสเอง)มิฉะนั้นจะเล่นเพลงไม่ได้ซึ่งรุ่นที่ใช่ระบบ Sequnce แบบนี้เหมือนกันก็คือรุ่น MC-200 และ ME-300 แปลกดีเหมือนกันนะครับเครื่องรุ่นใหญ่ท๊อปสุด International แต่กลับ Run ระบบ Sequnce แบบเครื่องรุ่นเล็กสุด รุ่น HX-1 ถือว่าเป็นรุ่นที่มีรูปโฉมโดดเด่นไม่เหมือนใครที่สุดในรุ่น International ทั้งหมดของยามาฮ่าเลยก็ว่าได้เพราะบอดี้จะไม่ตั้งฉากกับพื้นแต่จะเป็นทรงสโร๊ปขึ้นไปฐานล่างกว้างกว่าส่วนบนสีตัวเครื่องจะเป็นสีเทาเข้ม เป็นอิเลคโทนรุ่นเดียวที่ยามาฮ่าสร้างขึ้นมาแล้วปรับยากที่สุดเพราะระบบแตกต่างจากรุ่น HS Series โดยสิ้นเชิงไม่ใช้ลูกกลิ้ง Multi Menu ไม่ใช้ปุ่ม Data Control มากมายแต่มี Multi Menu แบบใหม่ที่ใช้ปุ่ม ENTER, MENU SELECT(Cursor), CE, YES, NO, QUIT, ชุด SUB DATA CONTROL เป็นตัวปรับแทนอะไรอย่างงี้เป็นต้น ปกติแล้วอิเลคโทนรุ่นอื่นๆถ้าไม่มีคู่มือเรายังมั้วๆกดศึกษาหาทางปรับเองได้ แต่รุ่นนี้ถ้าไม่มีคู่มือมาอ่านซะก่อนละก็....เฮอะๆรับรองมั้วหาให้ตายก็ไม่สามารถปรับหรือเล่นมันได้เลย แล้ว Pack ก็ไม่สามารถใช้ร่วมกับรุ่น HS ได้อีกด้วยและก็เป็นรุ่นเดียวที่ยามาฮ่าผลิตออกมาแล้วมีปุ่ม Enter, ปุ่ม Cursor ที่อยู่ในชุด MENU SELECTปรับทั้ง Up, Down, Left, Right เหมือนเครื่องคอมด์พิวเตอร์ผู้เขียนเห็นทีแรกถึงกับอึ้ง!กิมกี่ไปเลยอ่ะครับเพราะไม่รู้ว่าจะใช้เป็นทันเวลาแข่งไม๊เนี่ย?มีเวลาศึกษาแค่ 2 เดือนเอง พูดง่ายๆจะเล่นเพลงกับเครื่องนี้ต้องเซ็ทโปรแกรมใหม่กับตัวมันอย่างเดียวเท่านั้นเซ็ทเสร็จแล้วเอาโปรแกรมไปใช้กับรุ่น HS หรือรุ่นไหนก็ไม่ได้ แต่รุ่น HX-1 นี้ระบบเสียงสุดยอดกว่ารุ่น HS มากมีเสียงมากกว่า,มี Effects มากกว่า,มี Chord Acc.มากกว่าทั้ง Rhythmic และ Melodic Chord เหมือนรุ่น Fam,มี Keyboard Percussion มากกว่าและยังสามารถ Assist ไปไว้ใน Keyboard หรือ Bass ตัวไหนก็ได้และอื่นๆอีกมากมายระบบการเก็บข้อมูลผ่าน PACK RP-5 สามารถเก็บ Bulk Dump Dataได้มากถึง 4 Bank เก็บ Regist ได้เท่ากับ 16x4 = 64 Regist เลยทีเดียวแถมรุ่นนี้ยังมีระบบเซ็ท MIDI ปิดเสียง Lead ปิด Rhythm ไม่ให้คนอื่นเล่นถ้าไม่รู้จักวิธีเคลียร์ระบบเครื่องรับรองเลิกเล่นไปเลยครับ สมัยที่ผู้เขียนต้องใช้เครื่องรุ่นนี้แข่งอิเลคโทนรอบชิงชนะเลิศไม่มีใครช่วยสอนปรับเครื่องรุ่นนี้ให้เลย ผู้เขียนต้องช่วยตัวเองอ่านคู่มือศึกษาเองและต้องแข่งกับเวลาอีกด้วยกว่าจะเข้าใจปาเข้าไปเป็นเดือน ในขณะเดียวกันคู่แข่งนอกจากจะมั้วหาปรับกันเองแล้วถึงกับก็เอาพวกโปรดิ๊วเซอร์,พวกโปรแกรมเมอร์,พวกเซียนในการปรับเครื่องดนตรีทั้งหลายมารุมมะตุ้มปรับเครื่องนี้กันเจ้าละหวั่น สุดท้ายเดินหน้าละห้อยมาถามผู้เขียนว่า"พี่ครับทำไงดีครับเซ็ท Sequnce เสร็จแล้วเปิด Run ออกมาเหยียบเบสไม่มีเสียงง่ะช่วยบอกวิธีหน่อยครับ" ผู้เขียนเห็นว่าเขาเป็นคู่แข่งเรา ถ้าเราไม่บอกวิธีเดี๋ยวเล่นแพ้ไปจะหาว่าแพ้แต่วิธีการใช้เครื่องก็เลยบอกไปว่า"ระบบ Sequnce มัน Run เหมือน MC-200, ME-300 อ่ะ" แค่นี้พวกคู่แข่งก็อ๋อเลย ฉะนั้นตอนแข่งขันชิงแชมป์ในประเทศก็สู้กันด้วยฝีมืออย่างเติมที่แล้วผู้เขียนก็เป็นฝ่ายชนะอย่างเด็ดขาดสมศักดิ์ศรีได้เป็นตัวแทนไปแข่งอิเลคโทนชิงแชมป์เอเซียต่อที่อินโดนิเซียแล้วก็ได้รางวัลกลับมาอีกด้วยครับซึ่งมีแชมป์อิเลคโทนประเทศไทยน้อยคนนักที่จะได้รางวัลระดับเอเซียจากต่างประเทศกลับมาส่วนใหญ่ต้องมาจัดแข่งระดับเอเซียในประเทศไทยถึงจะได้รางวัลครับ รุ่น HX-1 นี้ตอนนี้มีผู้เขียนรู้วิธีปรับได้คนเดียวเท่านั้นราคาเครื่องใหม่อยู่ที่ล้านกว่าบาทแต่เดี๋ยวนี้ถ้าสภาพดีๆผมหาให้ไม่แพงครับ.*****

         อิเลคโทนรุ่นใหม่ตระกูลต่อมาเป็นรุ่น EL Series ตระกูลนี้ฉายาว่า "The New Yamaha EL-Series Line Up" รูปลักษณ์เหมือนรุ่น HS Series ทุกประการแต่ปรับรูปแบบของ Multi Menu จากลูกกลิ้งรายเป็นแบบ Data Page ปรับขนาดหน้าจอ LCD ให้ใหญ่ขึ้นแล้วย้ายปุ่ม Data Control มาเรียงไว้ใต้หน้าจอ LCD ตระกูลนี้ยามาฮ่าเน้นพัฒนาระบบเสียงให้ดีขึ้นคือเอาระบบเสียงแบบ FM (Frequency Modulation) และ AWM (Advanced Wave Memory) ผสมกันซะเลยแล้วเพิ่มการปรับแต่งให้เสียงมีมิติที่กว้างขึ้นนั่นคือมีระบบ Feet แยกเสียงให้มีระดับที่ต่างกันบน keyboard ตัวเดียวกันคือกด 1 เสียงได้ระดับสูง-กลาง-ต่ำเบ็ดเสร็จเลยทำให้สามารถเล่นเพลงในสไตย์ Symphony Orchetra เป็น Soundtack หนังฮอลิวู้ดได้อย่างสบายๆรุ่น EL Series มีเครื่อง MDR ติดอยู่ที่เครื่องมีระบบเก็บข้อมูลใส่แผ่น Floppy Disk แต่ลูกเล่น Function ต่างๆถูกตัดออกเกือบหมดเหลือแต่ระบบสร้างกลองและ Sequnce โปรแกรมกลองได้ล่วงหน้าเท่านั้นแต่เราสามารถเซ็ทเปลี่ยน Registration ล่วงหน้าได้โดยการเล่นเพลงอัดเข้าเครื่องดีสไว้ก่อน ในรุ่น EL Series นี้มี 2 ตระกูลใหญ่คือยุคเลข 2 ตัวกับยุคเลข 3 ตัว ยุคเลข 2 ตัวมี 2 ยุคย่อยๆคือยุคแรกตัวเลขที่ลงท้ายด้วย "0" คือ EL-3,EL-7,15,EL-25,40,60,70,90, เป็นต้นรุ่นใหญ่สุดเป็นรุ่น ELX-1 ยุคที่สองตัวเลขที่ลงท้ายด้วย "7" คือ EL-27,37,57,87 เป็นต้นรุ่นใหญ่สุดยังเป็นรุ่น ELX-1อยู่ รุ่นที่หน้าซื้อไว้เล่นก็คือรุ่น ELX-1,EL-90 กับ EL-87 ทั้ง 3 รุ่นนี้เป็นรุ่นตัวท๊อปหน้าตาเหมือนกันผิดกันที่รุ่น ELX-1มีเสียงมากกว่าจำนวนคีร์ที่ชั้น Upper,Lower มากกว่า Pedal เป็บแบบ Full Bass ส่วน EL-90 กับ 87 เหมือนกันต่างกันที่เครื่องเล่นดีสของ EL-87 สามารถก๊อปปี้ข้อมูลข้ามแผ่นได้ อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ตอนต้นว่าตระกูลนี้คือ "The New Yamaha EL-Series Line Up" ฉะนั้นสเปคเครื่องจะแยกประเภทใหญ่ๆออกเป็น 4 Line คือ 1.รุ่นเล็กได้ชื่อว่า "Entry Level Model" ได้แก่รุ่น EL-3,7,15,25,100 เป็นต้น 2.รุ่นขนาดกลางชื่อว่า "Mid Line Model" ได้แก่รุ่น EL-27,200,37,40,400,60 เป็นต้น 3.รุ่นใหญ่ชื่อว่า "Top Line Model" ได้แก่รุ่น EL-57,500,87,70,90,700,ELX-1 เป็นต้น และ 4.รุ่นใหญ่พิเศษชื่อว่า "Super Top Line Model" ได้แก่ EL-900,900m,ELX-1m เป็นต้นรุ่นใหญ่พิเศษจะกล่าวในตอนต่อไปว่ามันเหนือกว่ารุ่นอื่นอย่างไร เมื่อก่อนรุ่น ELX-1 ราคา 550,000 บ.(ไม่รวมลำโพงคู่)ส่วน EL-90 ราคา 319,000 บาทและ EL-87 ราคา 245,000 บ.เดี๋ยวนี้ถ้าแบบพังๆคงไม่กี่ตังค์อีกตามเคยแต่ถ้าแบบเล่นได้ดีๆก็ต้องมีราคาหน่อยอีกเช่นกันจากประสบการณ์ที่เจอมาเครื่องราคาถูกๆมักมาจากตามห้องเรียนอีกตามเคยถ้าอยากได้เครื่องมือสองดีๆต้องให้มืออาชีพคัดเลือกให้ครับได้มารับรองไม่ผิดหวังแน่นอนสนใจโทรมาสั่งได้เลยนะครับ.

         ***** รุ่น ELX-1 และรุ่น ELX-1m เป็นอิเลคโทนรุ่นใหญ่สุดของตระกูลนี้ (International Model) เป็นรุ่นที่ยามาฮ่าออกแบบมาได้สวยงามมากกกก....เหมือนรุ่น FX-1 ครับในความรู้สึกของผู้เขียนตั้งแต่เห็นรุ่นระดับอินเตอร์มาหลายรุ่นก็มี 3 รุ่นนี้แหละที่สวยที่สุดซึ่งรุ่นอินเตอร์ที่ใหม่กว่าอย่าง ELS-01X (Pro Stagea)ยังสวยสู้ 3 รุ่นนี้ไม่ได้เลย ELX-1 เป็นรุ่นสุดยอดของ EL Series เลข 2 ตัวบอดี้พัฒนามาจากรุ่น HX-1 คือแผง Panal สามารถยกขึ้นลงได้มี Stand วางโน๊ตเสียบอยู่บนแผง Panal แต่พัฒนาบอดี้ให้เป็นแบบตรง 90 องศาและทำสีบอดี้และ Panal เป็น 2 Style คือแบบบอดี้สีขาวแผง Panal สีเขียวทองกับบอดี้สีดำแผง Panal สีแดงมีระบบเสียงและ Percussion รุ่นนี้พัฒนาต่อเนื่องจาก EL-90 เป็นรุ่นแรกที่เริ่มมีชุด Lead เพิ่มเป็น 2 ชุดโดยมี Tab Solo Bar เป็นตัวแยกเสียง Lead ให้สามารถสลับกันเล่นเป็นเสียงประสานได้เป็นเอกลักษณ์ของรุ่นนี้ที่รุ่น ELX-1m ไม่มี ELX-1 คุณภาพเสียงสุดยอดมากครับสามารถ Assist Percussion ได้เหมือนรุ่น HX-1 และ ELX-1 เป็นรุ่นแม่แบบของ EL Series เลข 3 ตัวที่เอามาพัฒนาเติมระบบ GENERAL MIDI,XG ,พัฒนาระบบ MDR และอื่นๆเข้าไปเท่านั้นเอง ฉะนั้นถ้าไม่แคร์เรื่องระบบ MIDI, MDR, เสียง VA(Virtual Acoustic)และ Horizontal Touch ก็ถือว่า ELX-1 น่าซื้อใช้มากๆเพราะทุกอย่างสมบูรณ์แบบจริงๆแถมตอนนี้ราคาถูกมากๆอีกด้วยจากราคาเฉพาะตัวเครื่อง 550,000 บ.ตอนนี้เหลือไม่เท่าไรสนใจโทรมามัดจำสั่งกันได้นะครับ ส่วนรุ่น ELX-1m จะกล่าวในตอนต่อไป.*****

         หมายเหตุ ก่อนอิเลคโทนรุ่นใหม่ตระกูล EL Series รุ่นเลข 3 ตัวจะมีรุ่นที่ออกมาก่อนคือรุ่น AR-100, AR-80 แต่เป็นรุ่นที่ Designed สำหรับส่งขายอเมริกากับและสหราชอาณาจักร(อังกฤษ)มีรูปลักษณ์คล้ายๆ EL Series + FAM คือเป็นตู้ปิดแต่มีชุดปุ่มปรับออแกนแยกออกมาข้างนอกต่างหากมี Registration Memu ฝังไว้ในเครื่องเลยไม่ใส่ไว้ในแผ่น Floppy Disk เหมือนรุ่น EL-Series ฉะนั้น AR-100, AR-80 ในเมืองไทยจึงไม่ได้นำเข้ามาจำหน่ายครับ.

         อิเลคโทนรุ่นใหม่ตระกูลต่อมาเป็นรุ่น EL Series รุ่นเลข 3 ตัวอย่างที่บอกไว้แล้วว่ารุ่นนี้มี 2 ตระกูลใหญ่คือยุคเลข 2 ตัวกับยุคเลข 3 ตัวซึ่งตระกูลรุ่นนี้เริ่มตั้งแต่
รุ่น EL-100,200,400,500,700,และ EL-900 รุ่นนี้เป็นรุ่นสุดท้ายที่ยามาฮ่ายังคงใช้รูปลักษณ์โครงสร้างบอดี้ไม้อัดเหมือนแม่แบบเดิมคือ HS-8 รุ่นเลข 3 ตัวนี้สามารถสร้าง Accompaniment แบบ Rhythmic Chord(ตีคอร์ดแบบกีตาร์)ขึ้นใหม่ได้เหมือน HS-8 และได้พัฒนาระบบ MIDI ให้เป็นแบบ GENERAL MIDI,XG รุ่นนี้ตั้งแต่ EL-100 ขึ้นไปมีระบบเสียงและกลองเหมือน ELX-1 (เฉพาะ EL-100 ระบบ Sequnce เป็นแบบ Receive)ซึ่ง MDR ของตระกูลนี้สามารถเล่นแผ่น Floppy Disk กับเครื่อง EL Series ด้วยกันได้ทุกรุ่นมีระบบ Convert File เพลงให้เป็นระบบ XG เอาไปเปิดฟังที่คอมพิวเตอร์หรือเปียโนไฟฟ้าหรือเครื่องดนตรีอะไรก็ได้ที่ใช้ระบบ GENERAL MIDI,XG ได้หมดเฉพาะรุ่นตัวท๊อป EL-900 รุ่นใหญ่พิเศษ "Super Top Line Model" นอกจากจะมีระบบเสียงแบบ FM (Frequency Modulation) และมีระบบเสียง New AWM (Advanced Wave Memory) ผสมกันแล้วยังมีเทคโนโลยีระบบเสียงแบบใหม่คือ VA (Virtual Acoustic) เข้ามาอีกด้วยยังไม่พอยังมีระบบ Touching แบบใหม่คือ Horizontal Touch สามารถขยี้เสียงที่ Keyboad ได้เลยเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เครื่องรุ่นปัจจุบัน(ELS-01C)ก็ใช้ระบบนี้เช่นกัน รุ่น EL-900,900m เป็นรุ่นถือว่าที่หน้าซื้อเก็บไว้มากที่สุดเพราะรุ่นนี้ยามาฮ่าผลิตมาได้ดีสุดยอดทั้งตัวเครื่องที่ทนทานทั้งมีระบบเสียงกระหึ่มด้วยระบบ Power Amplifiers ขนาด 216 W. เติมๆและเทคโนโลยีที่เล่นเพลงได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดเมื่อก่อน EL-900 ราคาแพงกว่า EL-90 เป็นแสนเลยคือราคา 405,000 บาทเดี๋ยวนี้ถ้าแบบพังๆคงไม่เกินแสนถ้าแบบเล่นได้ดีๆก็ต้องราคาสูงกว่านี้จากประสบการณ์ที่เจอมาเครื่องราคาถูกๆมักมาจากตามห้องเรียนอีกตามเคยครับถ้าอยากได้เครื่องมือสองดีๆต้องให้มืออาชีพคัดเลือกให้ครับได้มารับรองคุ้มค่าจริงๆไม่ผิดหวังแน่นอนสนใจโทรมาสั่งได้เลยนะครับ.

         ***** รุ่น ELX-1m เป็นอิเลคโทนรุ่นใหญ่สุดของตระกูล EL Series เลข 3 ตัว (International Model) เป็นรุ่นที่ยามาฮ่าออกแบบมาได้สวยงามมากกกก....เหมือนรุ่น ELX-1 และรุ่น FX-1 ครับแต่พัฒนาบอดี้ให้แกร่งขึ้นโดยเสริมคิ้วด้านในของบอดี้เข้าไปอีกรุ่นนี้พัฒนาต่อเนื่องจาก EL-900m ฉะนั้น ELX-1m ก็คือการผสมผสานกันระหว่าง ELX-1 + EL-900m ฉะนั้นมันจึงเป็นสุดยอดของสุดยอดอิเลคโทนระดับโลกเลยอ่ะครับเช่น ชุด Lead ชุดที่ 2 เป็น VA(Virtual Acoustic)Voice ,Keyboard มี Touching 3 แบบทั้ง Initial/After/Horizon Touch, MIDI เป็นแบบ GENERAL MIDI,XG แถม MDR ยังมีระบบ Copy, Convert File และอะไรต่ออะไรอีกมากมายแต่น่าเสียดายตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยไม่ได้นำเข้ามาขายส่งสัยราคาคงจะเลย 2 ล้านมั๊ง? ฉะนั้นในเมืองไทยแค่ ELX-1, EL-90, EL-900, 900m ก็เพียงพอแล้วครับราคายังไง๊ยังไงก็ไม่ถึงสี่แสนเหมือนรุ่นใหม่ๆหรอกครับแต่ใช้แทนกันได้อย่างสบ๊ายยย....สบาย.*****

         หมายเหตุ เฉพาะ EL-100 ระบบ Sequnce เป็นแบบ Receive หมายถึง ตัวเครื่องสามารถรันระบบ Sequnce จากเครื่อง EL Series ทุกรุ่นได้(แต่เสียงป๋องแป๋ง)แต่สร้างกลองและทำ Sequnce ด้วยตัวเองไม่ได้จึงเหมาะสำหรับการเรียนดนตรีในระดับต้นเท่านั้น.

         อิเลคโทนรุ่นใหม่ตระกูลล่าสุดที่ใช้ในปัจจุบันนี้(Stagea)ตระกูลนี้ได้ฉายาว่า "Creating 'KANDO' Together" ซึ่งผู้แทนจำหน่ายนำเข้ามาช่วงแรกมีแค่รุ่นเล็กสุดแล้วใหญ่สุดไปเลยมีให้เลือกแค่ 3 รุ่นคือ ELB-01 (Stagea Mini), ELS-01 และ ELS-01C รุ่นนี้ยามาฮ่าเปลี่ยนแต่รูปลักษณ์ภายนอกใหม่รุ่น ELB-01 บอดี้ไม้ด้านข้างเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยนคางหมู(แปลกดีว่ะ)แผง Panal เป็นสีบรอนด์มีระบบเก็บข้อมูลแบบทั๊มไดร์ฟส่วนรุ่นท๊อป ELS-01,ELS-01C บอดี้เป็นเฟรมโลหะ,เปลี่ยนสี Panal และปุ่มกดต่างๆใหม่เป็นสีบรอนด์หน้าจอ LCD เป็นแบบสีระบบ Touch Screen นอกนั้นก็ยังคงรูปลักษณ์เหมือนรุ่นแม่แบบ(HS-8)อยู่ดีนั่นคือจำนวน Keyboard บนชั้น Upper, Lower,Pedal เท่ากันมี Expression 2 ชุดมี Footswitch ซ้าย,ขวาเหมือนเดิมใครว่า HS-8 ตกรุ่นใช้เรียน-เล่นไม่ได้ลองดู Demon อิเลคโทนรุ่น HS-8 ที่ผู้เขียนได้เล่นไว้จะเห็นได้เลยว่าเครื่อง HS Series เล่นเพลงได้ดีขนาดไหน ในรุ่นตัวท๊อปคือรุ่น ELS-01C เอาเทคโนโลยีของ EL-900 มาใช้คือ Horizontal Touch แล้วเติมเสียงเข้าอีกเป็น 500 กว่าเสียงส่วนในชุดจังหวะและสไตย์ของ Accompaniment ของรุ่นนี้เรียกว่ามีแบบสำเร็จรูปมากมายที่สุดตั้งแต่ยามาฮ่าสร้างมาอิเลคโทนก็ว่าได้มีทั้งปุ่ม Intro-Ending(ปุ่มนี้เคยมีใช้กับรุ่น HS Series กับ EL Series) หลายแบบ,มีทั้งปุ่ม Break(ปุ่มนี้เคยมีใช้กับรุ่น C-605, FAM และ HX-1),มีทั้ง Main/Fill In ที่เป็น Variationในตัว, มีทั้ง Registration Menu (สไตย์ทำนองสำเร็จรูป)ฝังไว้ในเครื่องเป็นร้อยๆแบบเลยแถมเพิ่มระบบ MIDI GS ของ Roland เข้าไปสามารถต่อ Internet Download สไตย์ในการเล่นเพลงในแบบต่างๆมาเติมได้อีกแต่ระบบ Power Amplifiers ลดลงเหลือแค่ร้อยกว่าวัตต์เท่านั้นน้อยกว่า EL-900 ครึ่งนึงราคาตอนนี้ 4 แสนกว่าบาท ถามว่าดีไหม?ถ้ามีเงินก็ซื้อไปเถอะครับแต่สำหรับผมชอบ EL-900 มากกว่า รุ่นนี้ไว้รอมันตกรุ่นค่อยซื้อครับ(ตอนนี้มือสองก็เริ่มมีขายแล้วนะครับติดต่อผมได้เลยอีกเหมือนกัน) เพราะเทคโนโลยีไม่ทิ้งกันเท่าไรเปลี่ยนแต่รูปทรงและวิธีการปรับเท่านั้น ส่วนอื่นที่เพิ่มเติมมามากมายยังไง๊ยังไงก็คงไม่พ้นพื้นฐานเดิมๆจะไป Download เอาสไตย์ใหม่ๆมาเติมในเครื่องอย่างไรก็คงไม่เหมือนเพลงที่แกะเองทำเองกับมืออยู่ดีเพราะเหมือนกว่าดีไม่ดี Download มา Update ไม่ผ่านเครื่องแฮ๊งไปเลยทำไง? อย่าลืมนะครับเมื่ออิเลคโทนดันแปลงร่างเป็นคอมพิวเตอร์ซะแล้วซึ่งที่ตามมาก็รู้ๆกันอยู่มันก็เหมือนโทรศัพท์มือถืออ่ะครับถ้า Download มา File มีครบมันก็ไม่มีปัญหาหรอกแต่ถ้ามันมาไม่ครบล่ะ?...เฮอะๆ มือถือแฮ๊งไม่เท่าอิเลคโทนแฮ๊งนะครับ มือถือเข้าศูนย์ไม่เท่าไรหรอกครับแต่ถ้าอิเลคโทนเข้าศูนย์นี่ซิกระเป๋าใครจะฉีกกว่ากัน.

         หมายเหตุ เฉพาะ ELB-01 ระบบ Sequnce เหมือน EL-100 คือเป็นแบบ Receive หมายถึงตัวเครื่องสามารถรันระบบ Sequnce จากเครื่อง EL Series และ ELS ทุกรุ่นได้(EL Series จะ Run ได้ต้อง Convert File ซะก่อน)แต่สร้างกลองและทำ Sequnce ด้วยตัวเองไม่ได้จึงเหมาะสำหรับการเรียนดนตรีในระดับต้นเท่านั้น.

         ตั้งแต่ยามาฮ่าออกรุ่นใหม่ตั้งแต่ EL Series เรื่อยมาอิเลคโทนิคออร์แกนยี้ห้ออื่นที่อยู่ในประเทศไทยก็พากันสูญพันธ์ไปหมดเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากไม่สามารถสู้ระบบเสียงของยามาฮ่าอิเลคโทนได้ฉะนั้นยามาฮ่าอิเลคโทนดีที่สุดครับ...ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะใช้มันได้คุ้มค่ากับราคาที่ซื้อมาหรือเปล่าเท่านั้นเอง จำไว้รุ่นใหม่-เก่าไม่เกี่ยวเพราะตั้งแต่รุ่น HS Series เรื่อยมาอิเลคโทนเล่นเพลงได้สมบูรณ์แบบอยู่แล้วมันอยู่ที่ฝีมือการเล่นและใช้เครื่องครับ ใครที่เคยดูญี่ปุ่นมา Demon จะเห็นได้ว่าเครื่องอิเลคโทนทุกตระกูลเขาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมทุกรุ่นเพราะเขาใช้เครื่องเป็นนี่คือหัวใจของการเล่นอิเลคโทนนะครับย้ำ"ปรับเป็น,รู้วิธีเล่น,รู้วิธีใช้เป็น"ทุกรุ่นมันเล่นได้ไพเราะหมดอ่ะครับ มีแต่พวกมันสมองน้อย,พวกครูด้อยปัญญาหรือแกล้งโง่ก็ไม่รู้บอกว่าเครื่องนี้มันรุ่นเก่าแล้ว,รุ่นนี้ตกรุ่นลงไปนานแล้วต้องรุ่นนั้นรุ่นนี้เท่านั้นถึงจะเล่นได้ใครอยากเชื่อจะไปเป็นเหยื่อให้เค้าฟันก็ตามใจ ใครที่ได้ดู Demon อิเลคโทนรุ่น HS-8 ที่ผู้เขียนได้เล่นไว้จะเห็นได้เลยว่าเครื่อง HS Series เล่นเพลงได้ดีขนาดไหนผมฟันธงได้เลยว่าพวกครูด้อยปัญญาเหล่านั้นคงบ่ มิไก๊(ก็เลยบอกว่ามันตกรุ่น)เพราะเดี๋ยวนี้เครื่องอำนวยความขี้เกียจมันเยอะครับเสียบทั๊มไดร์ฟเอย,ดาวโหลดมา Update เอยเลยเป็นง้อยทำเพลงเองไม่เป็นอย่าไปถือสาเลยนะครับ แต่ต้องไม่หลงเชื่อคำพูดเหล่านั้นเพราะความจริงที่ถูกต้องคือถ้าคุณรู้วิธีการใช้,รู้วิธีการปรับ,รู้วิธีการเล่นเครื่องยามาฮ่าอิเลคโทนเป็นซะอย่างรุ่นไหนก็เล่นได้ไพเราะทุกรุ่นอ่ะครับ...จำเอาไว้...

         ด้วยเหตุนี้ผู้เขียนจึงเป็นอ.ที่เปิดสอนหลักสูตรการใช้เครื่องอิเลคโทนเป็นคนแรกตั้งแต่ต้นปี 41 โดยลงโฆษณาในหนังสือ Note&Chord เพราะเนื่องจากตอนนั้นร.รที่สอนอยู่ยังเป็นพวกกบในกระลาเอาแต่ยอดขายไม่สนใจเรื่องนี้ และก็ผู้เขียนอีกนั่นแหละที่ค้นคว้าพยายามหาวิธีเอาคอมพิวเตอร์มาต่อกับอิเลคโทนเหมือนกับที่ญี่ปุ่นเค้าทำแผ่นมาขายเราจนสำเร็จเป็นคนแรกในประเทศไทยอยากฟังไม๊!คลิกเลยและยังทำ Karaoke ได้อีกด้วย ปัจจุบันนี้ผมยังเปิดสอนวิธีการใช้เครื่องอิเลคโทนทุกรุ่นให้คุ้มค่ากับราคาที่ซื้อมา เรียนจบแล้วสามารถทำเพลงเอง,ทำโปรแกรมเครื่องเอง,เล่นเองโดยไม่ต้องไปง้อไปหาซื้อหนังสือเพลง+แผ่นโปรแกรมที่ทำมาจากญี่ปุ่น ชอบเพลงไทยหรือชอบเพลงอะไรที่ไหนก็ทำเองเล่นเองเลย นี่ซิถึงจะเรียกว่าเก่งจริงเป็นหัวใจหลักในการเรียนอิเลคโทนที่สมบูรณ์แบบ 3 ประการนั่นคือ 1. เล่นได้ 2. ทำเพลงได้ 3. ทำโปรแกรมเครื่องได้รู้เทคนิควิธีการเล่น.

ร่ายมาซะยาวขอแนะนำจุดมุ่งหมายการเรียนและการเลือกซื้ออิเลคโทนดังนี้.
  • อ่านประวัติความเป็นมาของอิเลคโทนให้ดีซะก่อนว่าตระกูลไหนควรซื้อบ้างและแต่ละตระกูลแต่ละรุ่นมีจุดเด่นต่างกันอย่างไร.


  • ถ้ามีเงินเหลือเฟือนักก็ซื้อไปเลยครับรุ่นล่าสุดราคาเริ่มต้นเกือบแสนถ้าสุดยอดก็สี่แสนกว่าบาทเองรับรองดีแน่ขนหน้าแข้งคงไม่ร่วงหรอกครับ.


  • ถ้างบประมาณไม่พอก็ต้องหลีกเลี่ยงอย่างไปซื้อเครื่องรุ่นใหม่ที่ใช้อยู่ตอนนี้เพราะราคาแพงมากควรเลือกซื้อเครื่องมือสองที่อยู่ในงบประมาณและระดับที่เราต้องการเช่นถ้าอยู่ในระดับเริ่มต้นก็เลือกพวก HS Series, EL-7,15,25,27,37,40,100 เป็นต้น ถ้าอยู่ในระดับกลางก็ EL-57,60,87,70,90 หรือจะเอาดีหน่อยก็ ELX-1,500,700 แต่ถ้าจะซื้อทีเดียวเอาดีๆไปเลยก็ EL-900,900m เป็นต้นพวกนี้ตอนนี้ราคาไม่แพงแต่ต้องให้มืออาชีพคัดเลือกให้เท่านั้นอย่าไปเลือกซื้อเองหรือไปเชื่อพวก Sale ตามร.รว่าจะจัดหาเครื่องดีๆให้ไม่งั้นท่านอาจเจอเครื่องหมดสภาพที่โล๊ะมาจากตามห้องเรียนสังเกตได้ว่ามันจะราคาถูกผิดปกติเช่นราคาสี่แสนกว่าขายเหลือเจ็ด-แปดหมื่นอะไรอย่างเงี่ยอ่ะครับ.


  • สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อใช้เล่นในโบสถ์คริสต์ ยามาฮ่าอิเลคโทนทุกรุ่นมีเสียงออแกนอยู่แล้วแต่รุ่นที่หน้าใช้ควรเป็นรุ่น Top Series ที่มีระบบเสียง AWM (Advanced Wave Memory)เพราะเสียงจะเหมือนจริงและต้องมี Power Amplifiers ตั้งแต่ 100 Watt ขึ้นไปเพื่อให้เสียงที่กระหึ่มก้องกังวาลชัดเจนซึ่งได้แก่ HS-8, EL-57, 70, 87, 90, ELX-1, EL-500, EL-700, EL-900, EL-900m, ELS-01, ELS-01C แต่บางคนไม่เข้าใจเท่าที่ควรไปซื้อรุ่นที่ใช้สอนเด็ก 4-12 ขวบในห้องเรียน JMC มาใช้อย่างเช่น FC-10, HC-2, EL-7,15,25,27, EL-100,200,400, ELB-01 (Stagea Mini) รุ่นมันก็บอกอยู่แล้วว่าใช้สอนเด็กในห้องที่มีเนื้อที่จำกัดเสียงจึงไม่ต้องดังมากแต่กลับเอาไปเล่นในโบสถ์ซึ่งมีเนื้อที่ทั้งกว้างทั้งสูงคิดดูว่ามิติเสียงมันจะออกมาเป็นยังไร? ถึงคุณจะพยายามต่อเพาเวอร์แอมป์ช่วยแต่ก็เหมือนบังคับเด็กให้ตะโกนแหกปากจนคอแหบคอแห้ง ไม่เหมือนอิเลคโทนรุ่น Top Series ที่ผมแนะนำเพราะมันจะมีระบบ Reverb ที่สามารถเซ็ทมิติเสียงให้เข้ากับสถานที่ๆมันอยู่ได้รวมทั้งกำลัง Power Amplifiers ที่มีพลังเสียงที่ดีกว่ายิ่งต่อเข้าเพาเวอร์แอมป์มันจะยิ่งทำให้เสียงไพเราะและมีมนต์ขลังมากยิ่งขึ้น จะซื้อของใหม่หรือมือสองก็แล้วแต่กำลังทรัพย์นะครับแต่ถ้าถามผมๆเอามือสองครับราคาถูกกว่าครึ่งคุณภาพเสียงเหมือนของใหม่รุ่นที่หน้าใช้ที่สุดคือ EL-900m, EL-900, ELX-1, EL-90, EL-700, EL-87, EL-70, HS-8 ครับ.


  • อย่าไปหลงเชื่อว่าซื้อเครื่องตกรุ่นจะไม่พัฒนาด้านการเรียนอิเลคโทนเพราะยามาฮ่าอิเลคโทนทุกตระกูลมีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นของตัวมันเอง ถ้าคนที่รู้จริงจะรู้ได้เลยว่ายามาฮ่าอิเลคโทนแต่ละตระกูลที่ผ่านมาระบบเสียงของเครื่องและเทคโนโลยีมีจุดเด่นแตกต่างกันไปครับ ผู้เขียนรู้ดีเพราะเคยคลุกคลีกิน-นอนกับมันมาเป็นสิบๆปีเคยใช้เล่นออกแสดง,เคยใช้เล่นตอนสอบ,เคยใช้เล่นเพื่อแข่งชิงแชมป์ในประเทศและระดับเอเซียมาอย่างโชกโชน, เคยเป็น Demonstrator, เป็นนักแสดงแผนกฝ่ายจัดงานเลี้ยงตามที่ต่างๆผ่านงานมาเป็นร้อยๆงานมาแล้วฉะนั้นทุกรุ่นเคยเล่นมาหมด(พวกมันสมองน้อย,พวก Sale ที่เอาแต่ยอดขาย,พวกครูด้อยปัญญาบางคนหรือพวกครูรุ่นหลังๆนี้ส่วนใหญ่จะไม่รู้เรื่องหรอกครับ.....จำเอาไว้ เพราะพวกนี้ถนัดใส่แผ่นโปรแกรมสำเร็จรูปอย่างเดียว)ฉะนั้นอิเลคโทนยามาฮ่าจึงไม่มีรุ่นไหนตกรุ่นครับ ไม่งั้นโรงแรมบางแห่งในกรุงเทพคงไม่เก็บรุ่น C-605 ไว้ให้แขกมาร้องเพลงจนถึงทุกวันนี้หรอกครับ.


  • อย่าไปห่วงเรื่องระบบจัดเก็บข้อมูลเช่น HS Series มีระบบจัดเก็บข้อมูลแบบ Ram Pack, EL Series มีระบบจัดเก็บข้อมูลแบบ Floppy Disk, STAGEA (ล่าสุด) มีระบบจัดเก็บข้อมูลแบบ Flash Drive ถ้าไม่ใช้เครื่องใหม่เดี๋ยวเรียนไม่ได้ถ้าคิดเป็นหมูอย่างนี้แล้วก็ให้เค้าเชือดไปเถอะครับ แต่ถ้าคนที่เค้าเป็นซะหน่อยซื้อเครื่องมือสองตามงบประมาณและระดับที่เรียนตามที่กล่าวมาถ้ารุ่นที่เล่นระบบ GENERAL MIDI ไม่ได้(HS Series, EL Series ยุคเลข 2 ตัว)ก็ให้เอามือถืออัดเสียงเพลงจากเครื่องในห้องเรียนแล้วมาตั้งเสียงเครื่องที่บ้านคร้าวๆเก็บโปรแกรมเข้าแผ่น Floppy Disk, Ram Pack หรือ Com.ไว้ เวลาจะเล่นก็เปิดมือถือแล้วเล่นเครื่องคู่กันไปก็จบ แต่ถ้าเครื่องที่เล่นได้ทั้งระบบปกติและ GENERAL MIDI อย่างเช่น EL-100-900 ก็ให้ Convert File เพลงจากเครื่อง ELB, ELS ที่ร.รเป็น File ของ EL Series หรือ File GENERAL MIDI เอา File ใส่แผ่น Floppy Disk มาเปิดที่ EL-100-900 ได้เลยหรือจะ Convert File จาก EL Series มาเป็น ELB ก็ได้เช่นเดียวกันมันมีวิธีอยู่ในคู่มือนะครับ ถ้ายังไม่เชื่อ Download คู่มือ ELB-01 ไปอ่านได้เลยครับอยู่หน้า 141-145 ครับรู้อย่างนี้แล้วจะไปเสียเงินซื้อเครื่อง ELB-01 แพงๆไปทำไม? EL-100 ก็สามารถใช้เรียนแทน ELB-01 ได้ แล้วก็นี่ คู่มือ ELS-01C ไปอ่านได้เลยครับหน้า 124 - 126 วิธีการ Convert File ELS to EL และ Convert File EL to ELS มีทางเลือกแบบนี้ EL-900 ก็ใช้เรียนใช้เล่นแทน ELS ได้ แต่เครื่องมือสองคุณต้องให้มืออาชีพอย่างผมเลือกให้นะครับรับรองไม่ผิดหวังแน่เพราะ EL-100 Made In Indonesia ครับต้องตาถึงจริงๆถึงจะได้เครื่องดีผมหาให้รับประกันคุณภาพครับ ส่วน EL-900 ก็เหมือนกันผมมีตัวอย่างสินค้ามือสองสภาพใหม่ๆให้ดูหรือใครอยากได้ ELS-01C มือสองเราก็มีครับสนใจโอนมัดจำมาได้เลยครับ เรื่องระบบจัดเก็บข้อมูลที่แต่ละตระกูลมีไม่เหมือนหากแบบใดไม่สะดวกยามาฮ่าอิเลคโทนเตรียมระบบ MIDI ไว้รองรับอยู่แล้วเพราะตั้งแต่ ME Series เรื่อยมาจนรุ่นปัจจุบันอิเลคโทนมีระบบ MIDI มาตรฐานทุกเครื่อง.

    ถ้าทำแบบนี้ได้คุณจะเซ็บเงินไปได้หลายหมื่นหลายแสนทีเดียว จำไว้ให้ดีๆนะครับผมอยู่วงการนี้มานานเห็นจุดเริ่มต้นและจุดจบของการเรียนอิเลคโทนมาเยอะเพราะสุดท้ายทุกคนจะได้สถูปประจำบ้านที่เคยภูมิใจนักหนาตามพวกที่สร้างความเชื่อว่าต้องรุ่นใหม่ราคาเป็นแสนๆเท่านั้นคือตัวจริง แต่ดูซิตอนนี้ราคาตกเหลือกระตี๊ดเดียวหรือไร้ค่าไปเลยคนละหลังสองหลังบ้าง แล้วแต่กรรมของใครจะหลงคำสรรเสริญเยิ่นยอมากกว่ากัน ถ้าหลงมากนักอาจโดนยุให้ซื้อเปียโนเข้าไปด้วยเบาะๆก็อีก 2 แสนหรือถ้าเคลิบเคลิ้มไม่รู้สึกตัวอาจเสียเงินเกือบครึ่งล้านได้ ฉะนั้นตราบใดที่คุณยังไม่รู้แก่นแท้ในการเรียน-เล่นอิเลคโทนอย่างแท้จริง ตราบนั้นคุณก็ถูกพวกหวังผลประโยชน์สร้างความเชื่อหลอกให้คุณซื้อแต่เครื่องรุ่นใหม่หมดเงินเป็นแสน(บางคนอาจถึงล้าน)ไปเรื่อยๆ เงินที่เสียไปเหล่านั้นถ้าคุณเก็บไว้สามารถส่งลูกหลานของคุณให้เรียนหนังสือจนจบได้อย่างสบายเลยนะครับ ถ้าคุณอยากรู้แก่นแท้ของการเรียน-เล่นอิเลคโทนและไม่อยากเจอสถูปราคาแพงๆก็โทรหาผมได้เพราะตอนนี้มีทางเลือกแล้ว.


  • จงนึกไว้เสมอว่าเรียนดนตรีแค่ผ่อนคลายความตึงเครียดเท่านั้นอย่าหวังเรียนเป็นครูมาสอนต่อที่เดิมเด็ดขาดเพราะวิชานี้ไม่เคยถอนทุนให้ใครได้เลยซักคนเดียว.


  • อย่าตกเป็นเหยื่อแผนการตลาดเช่นอย่าเชื่อครูด้อยปัญญาบางคนที่ไม่รู้จริงที่ทำตามคำสั่งของพวกอยากจะขายเครื่องรุ่นใหม่ บอกว่าจะต้องซื้อแต่เครื่องรุ่นใหม่นะ พวกเครื่องรุ่นนั้นรุ่นนี้มันตกรุ่นแล้วอย่าไปซื้อเดี๋ยวใช้เรียนไม่ได้,อย่าหลงเชื่อพวก Sale ขายเครื่องมิฉะนั้นคุณอาจหมดเงินเป็นแสนได้ครับ(แต่ถ้าเงินมันเหลือเฟือนัก+ความชอบอันนี้ไม่เกี่ยวนะครับ)และอย่าหลวมตัวเข้าไปร่วมการแข่งขัน(เด็ดขาด)เดี๋ยวจะหาว่าผู้เขียนไม่เตือนเพราะการตัดสินการแข่งขันสมัยนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้วให้สังเกตได้ว่าแทบจะไม่มีใครได้รางวัลระดับเอเซียจากต่างประเทศกลับมาอีกเลยนอกซะจากต้องมาจัดแข่งในเมืองไทยเท่านั้น.


  • ควรเลือกซื้อเครื่องอิเลคโทนหลังแรกเป็นมือสองไว้ก่อนเพราะนอกจากเป็นการทดสอบว่าลูก-หลานท่านว่าจะเรียนจริงหรือไม่จะได้ไม่เสียงตังค์มากและควรให้ผู้ที่ชำนาญการในเรื่องนี้เป็นคนเลือกให้ท่านก็จะได้เครื่องอิเลคโทนที่ดีใช้งานต่อได้อีกนานเซ็บเงินไปได้อีกมากครับเรื่องนี้ผมมีประสบการณ์เกือบ 30 ปีเลือกเครื่องให้รับรองไม่ผิดหวังครับ แต่ท่านอย่าเสี่ยงไปเลือกซื้อเครื่องมือสองเอง,อย่าไปเชื่อใครแนะนำเพราะอาจจะเจอเครื่องย้อมแมวเอาเครื่องหมดสภาพโล๊ะจากตามห้องเรียนมาขายบ้าง,เครื่องจากการแข่งขันที่ถูกซ้อมมาอย่างหนักบ้าง,เครื่องที่ผ่านการยกไปจัดงานเอนโรเม้นนอกสถานที่บ้าง(งานเอนโรเม้นคืองานส่วนหนึ่งของ Demonstrator ที่ต้องออกเล่นรีคู๊ดเด็กน.รตามร.รประถมและมัธยมศึกษา),เครื่องเน่าๆจากตามโรงแรมบ้าง,ยิ่งเครื่องโล๊ะทิ้งช่วงสิ้นปีอย่าเข้าไปเด็ดขาดซึ่งตอนนี้ก็มีคนเริ่มเข็ดขยาดเครื่องในงานนี้มากมาย.

         จากประสบการณ์เห็นมาเยอะครับเห็นผู้ที่มีใจรักดนตรีอิเลคโทนซื้อเครื่องใหม่มาในราคาที่ถูกฟันอย่างเหี้ยมโหดหัวแบะกันไปตามๆกันแม้แต่ผู้เขียนเองยังหมดไปเกือบล้าน ยามาฮ่าอิเลคโทนดีที่สุดในโลกครับแต่มันจะดีที่สุดถ้าเรารู้จักเล่น,รู้จักใช้,รู้จักซื้อมันให้เป็นคุณจะได้อิเลคโทนที่ให้ความสุขในครอบครัวที่แท้จริงและมีตังค์เหลืออีกด้วย วันไหนเกิดอยากจะ Turn ซื้อหลังใหม่หรือขายไปเลยก็ไม่เจ็บตัวมากเพราะซื้อมาถูกเพียงแต่ขอให้จำไว้อย่างเดียวว่าอย่าหลงเชื่อครูด้อยบางคนหรือคำสรรเสริญเยิ่นยอว่าจะเป็นดาวดวงใหม่บ้าง, แหมมมม..เรียน 3 เดือนเล่นคอนเสิร์ตเก่งจังรีบซื้อเครื่องเลยค่ะจะได้เก่งกว่านี้, เก่งจังเลยยินดีด้วยค่ะแข่งเข้ารอบแล้วรีบซื้อเครื่องเลยเดี๋ยวไม่ได้แชมป์บ้าง, จะได้เป็นครูหาตังค์ได้บ้าง, ต่อไปจะรุ่งนะ!...แล้วเป็นไง? ใครหลงเชื่อซื้อเครื่องตามที่เค้าเชียร์ตอนนี้จะขายทิ้งก็ทำใจไม่ได้(เพราะถูกฟันมาแพง)น่าสงสารนะครับแล้วจริงๆส่วนใหญ่มันก็เป็นแบบนี้ซะด้วย....อยากเป็นเหยื่อรายต่อไปก็เชิญนะครับแต่ถ้าไม่อยากก็โทรหาผมคุณจะได้รู้แก่นแท้ของการเรียน-เล่นอิเลคโทนยามาฮ่าอย่างแท้จริงว่ามันไพเราะสุดยอดขนาดไหนโดยที่ไม่กระเป๋าฉีกไปซะก่อนยังไงละครับ.

         สุดท้ายนี้หวังว่าบทความนี้จะเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่รักการเล่นอิเลคโทนรุ่นหลังๆจะได้ศึกษาเป็นตัวอย่างในการเลือกซื้ออิเลคโทนได้อย่างไม่เป็นเหยือให้เขาฟันหัวแบะเอาและมีจุดหมายในการเรียน-เล่นอย่างมีความสุขครับ อ้อ!แล้วเวลาเรียนอย่าเข้าไปเรียนกับพวกครูตุ๊ดแต๋วลักเพศเข้าล่ะครับ เพราะเดี๋ยวนี้อาจโดนตุ๋ยเสียความบริสุทธิ์ได้...ฮ่าาา...ฮ่า..ฮ่า...ฮ่า..ฮ่า...




จำเป็นด้วยหรือที่ต้องซื้อแต่เปียโนใหม่?

         ถามว่ามีความจำเป็นด้วยหรือที่ต้องซื้อแต่เปียโนใหม่ยี้ห้อดังๆเท่านั้น? จริงอยู่ที่เปียโนใหม่เป็นเปียโนที่สมบูรณ์แบบเหมาะแก่การใช้เรียนอย่างครบถ้วน แต่บางยี้ห้อเหมาะกับคนที่มีฐานะค่อนข้างสูงเท่านั้นเพราะราคาแพงมากกว่าที่ควรจะเป็น(แบบเว้อร์ๆฟันกระบาลแยกเพราะบวกค่า Brands+ค่านิยม+ค่าโฆษณาเข้าไปด้วย)เกินกว่าที่ชนชั้นกลางลงมาซึ่งเป็นประชาชนส่วนมากในประเทศไทยยากที่จะหาซื้อมาใช้ได้ ยิ่งยุคเศษฐกิจเดี๋ยวนี้แล้วหมดสิทธิ์ครับ พวกคนระดับที่มีฐานะก็ไม่ได้ซื้อเอาไปเล่นจริงจังอะไร เอาไปเป็นเฟอร์นิเจอร์ซะมากกว่า Grand เปียโนหลังละ 6 แสนถึงล้านถูกเอาไปอยู่ในแบบตกแต่งบ้านเศรษฐีบางคนตั้งทิ้งไว้กินขี้ฝุ่น แบบนี้เรียกว่าคนอยากเล่นไม่มีปัญญาซื้อ คนมีปัญญาซื้อแต่ไม่มีปัญญาเล่น.

         ฉะนั้นจากประสบการณ์การเล่นเปียโนมา 20 ปีกว่าทำให้เราเห็นปัญหาตรงนี้เราจึงมีบริการเลือกและเฟ้นหาเปียโนมือสองที่มีคุณภาพดีไว้บริการลูกค้าในราคาไม่แพง เปียโนมือสองที่นำเข้ามาขายในตอนนี้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นเปียโนที่ญี่ปุ่นทิ้งแล้วขายเป็นขยะราคาถูกบางรุ่นแทบจะได้มาฟรีๆ มีหลายบริษัทเอาเข้ามา Recondition ใหม่ทำกำไรในราคาที่เว้อๆแพงแบบไร้คุณภาพเอาเปรียบลูกค้ารวยบนความทุกข์ของผู้อื่นโดยที่เขาไม่มีความรู้ทางด้านนี้

         จากประสบการณ์การเล่นเปียโนมา 20 กว่าปีทำให้ผมสามารถคัดลือกเปียโนมือสองได้เป็นอย่างดีอย่างเช่นรุ่นนี้เป็นรุ่น YAMAHA PIANO U1E ลองฟังเสียงดูครับรุ่นนี้ปีที่ผลิต '1965-1970' ความสูง 121 cm.คิดดูว่ากี่ปีแล้ว อย่างน้อยก็อายุมากกว่าผมก็แล้วกัน หลังนี้เป็นหนึ่งในหลายๆหลังที่สภาพพอใช้ได้เท่าที่ผมเจอ เห็นมาหลายที่ครับในกรุงเทพมีหลังนี้ผ่านหลังเดียวเสียงมันยังนุ่มนวลและกังวาลอยู่อาจจะมีแหลมๆอยู่บ้างแต่ยังพอรับได้ สภาพนี้ซิครับที่เรียกว่า OK เลย เลือกเปียโนมือสองต้องเอาคุณภาพเสียงมากก่อนเป็นอย่างแรก เรื่องอื่นว่ากันทีหลังเพราะถ้าตัวเปียโนเสียงยัง OK อยู่อย่างอื่นก็น่าจะไม่เป็นอะไรมากนักแค่เปลี่ยนอะไหล่ตามระยะเวลาก็จบ แต่ถ้ามาแบบเสียงกลับบ้านเก่าไปแล้ว(ขยะหมดสภาพ)เช่นแหลมเหมือนกู่เจิ้งหรืออุบ,ทึบ,ทู้ จะ Recondition หรือ Regulation อย่างไรก็ไม่มีทางแล้วครับ เพราะเท่าที่เห็นทำๆกันมาผมเล่นแล้วยังไม่ผ่านเลยซักหลังเดียว ถ้าไม่แหลมจนแสบแก้วหูก็ทู้จนเสียงไม่ออกต้องกดที่คีร์แรงๆจนเจ็บนิ้วเสียงที่ออกมาก็จะมีเสียงทู้ปนกับแหลมประเร้มๆออกมาอะไรเงี่ยครับ หลังนี้ที่ผมให้ฟังเป็นตัวอย่างนี้แค่พอใช้ได้เท่านั้นนะครับ ฉะนั้นเปียโนมือสองต้องเลือกให้เป็นครับแล้วจะคุ้มค่าผมอาสาเลือกให้ครับจะได้ไม่ใช่ต้องมาหมดเงินซื้อแต่เปียโนใหม่ BRANDS ดังๆราคาแพงๆอ่ะครับ.

การเลือกซื้อเปียโนไฟฟ้า

         เปียโนไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์เครื่องดนตรีเปียโนอิเลคโทนิคอีกแบบหนึ่งที่ผู้ผลิตเปียโนอคูสติคส์(เปียโนจริง)Brand ดังๆหลายยี้ห้อทำขึ้นเน้นราคาถูกน้ำหนักเบาใช้เรียน-เล่นกับวงดนตรีได้และมีใช้สอนในร.รดนตรีสำหรับเด็กเพราะน้ำหนักเพราะคีร์เบากว่าเปียโนจริง เปียโนไฟฟ้ามีเสียงให้เลือกมากมายบางรุ่นมีไดร์ฟเล่นแผ่นดีสมีระบบ Midi File มี Rhythm Auto Bass Chord ในตัวแล้วเรามีวิธีเลือกซื้อเปียโนไฟฟ้าอย่างไรจึงจะตรงจุดเป้าหมาย?

  • ต้องศึกษาให้ดีก่อนว่าเปียโนไฟฟ้ากับพวกเครื่องดนตรี Keyboard ต่างกันยังไง?(ข้อนี้สำหรับคนที่ไม่มีความรู้เลย) เครื่องดนตรี Keyboard จะมีจำนวนคีร์ที่กดอยู่ 5 ชุด (5 Octave) หรือ = 12 x 5 = 60 + อีก 1 คีร์ = 61 คีร์ตรงที่คีร์กดไม่มีการถ่วงน้ำหนัก ส่วนเปียโนไฟฟ้า Digital Piano)จำนวนของคีร์จะมีอยู่ 3 แบบคือ 1. แบบ 5 Octave+1 หรือ = 12 x 5 = 60 + อีก 1 คีร์ = 61 คีร์(ไม่ค่อยนิยมใช้แล้วเนื่องจากจำนวนคีร์น้อยไป)2. แบบ 6 Octave+4 หรือ = 12 x 6 = 72 + อีก 4 คีร์ = 76 คีร์ (ยังนิยมใช้กันอยู่แต่ไม่มาก)3. แบบ 7 Octave+4 หรือ = 12 x 7 = 84 + อีก 3 คีร์ = 88 คีร์ เท่าเปียโนจริง(นิยมใช้กันอยู่ตอนนี้)ทั้ง 3 แบบนี้ตรงที่คีร์กดจะถ่วงน้ำหนักให้ใกล้เคียงกับเปียโนจริงด้วย.

  • ต้องเลือกเปียโนไฟฟ้ารุ่นที่มีการถ่วงน้ำหนักที่คีร์ให้ใกล้เคียงกับเปียโนจริงและควรเลือกรุ่นที่มีระบบการถ่วงคีร์แบบ Hammer effect เพราะจะให้ Touching ใกล้เคียงเปียโนจริงที่สุด(เปียโนไฟฟ้าราคาถูกๆมากๆจะไม่มีถ่วงคีร์)ไม่เช่นนั้นมันก็จะไม่ต่างอะไรกับเครื่องดนตรี Keyboard ที่มีคีร์เพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง.

  • ควรเลือกซื้อแต่เปียโนไฟฟ้าใหม่เท่านั้นเพราะอะไร? ก็เพราะว่าชิ้นส่วนอุปกรณ์เปียโนไฟฟ้าส่วนใหญ่เป็นพลาสติกและอุปกรณ์อิเลคโทนิคมีอายุการใช้งานที่จำกัดไม่ทนทานเหมือนเปียโนจริงโดยเฉพาะตรงคีร์ที่กดเดี๋ยวนี้เปียโนไฟฟ้ามือสองอายุการใช้งานน้อยมากมีปัญหาทรุดและหักบ่อยยิ่งเกิดขึ้นกับ Brands ดังๆค่าซ่อมยิ่งแพงคีร์อะไหล่ตัวนึง+ค่าแรงก็ 500 อัพแล้วนะครับ พวกที่ชอบซื้อเปียโนไฟฟ้าถูกๆเจอค่าซ่อมคีร์ซัก 6-7 ตัวก็ไม่คุ้มแล้ว นอกจากคีร์เปียโนไฟฟ้ามือสองที่ชอบเสียบ่อยๆแล้วที่น่าห่วงอีกอย่างนึงคือพวกเปียโนไฟฟ้ามือสองบางรุ่นที่มีไดร์ฟเล่นฟ๊อปปี้ดีสและแบบซีดีรอมพวกนี้บางรุ่นไม่มีอะใหล่แล้ว วันไหนเสียขึ้นมาถ้าไม่ทิ้งก็เอาไปทำโต๊ะกินข้าว,โต๊ะเขียนหนังสือหรือเอาไปปลูกสะระเเหน่อะไรอย่างนี้อ่ะครับ นอกจากนี้พวกเปียโนไฟฟ้ามือสองที่ใช้จอ LCD ใหญ่ๆวันไหนหน้าจอมันเสีย(Dead Pixels)ขึ้นมาเจอค่าซ่อมเป็นหมื่นนะครับ ทีนี้คิดออกหรือยังว่าทำไมต้องแนะนำให้ซื้อแต่เปียโนไฟฟ้าใหม่มือหนึ่งเท่านั้น เพราะของใหม่อย่างน้อย 3-5 ปีมันจะไม่กวนความรู้สึกคุณแน่นอนใช้เรียนได้อย่างสบายๆ.

  • หากต้องการจะเลือกเปียโนไฟฟ้ามือสองเพื่อเซ็บค่าใช้จ่ายควรเลือกเปียโนไฟฟ้าที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 1-5 ปีเพราะรุ่นพวกนี้ยังมีอะใหล่อยู่ถึงแพงก็ยังซ่อมได้ แต่ถ้าเปียโนไฟฟ้ามือสองรุ่นที่อายุมากกว่านี้บางรุ่นถึงคุณจะมีตังค์ค่าซ่อมแต่ไม่มีอะใหล่ขายเนี่ยเปียโนไฟฟ้าหลังนั้นก็คงต้องเก็บเอาไว้ปลูกสะระเเหน่น่าจะ Work กว่านะครับ อย่าลืมนะครับเปียโนไฟฟ้าไม่ใช่เปียโนจริงๆที่มีอะใหล่ตลอดอายุการใช้ เปียโนไฟฟ้าก็เหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปที่มีวันตกรุ่นไม่มีอะใหล่ขายนะครับ ซึ่งเดี๋ยวพวกเก็งกำไรที่ชอบไปเอาขยะเปียโนไฟฟ้าจากญี่ปุ่นมาขายกันถูกๆถ้าจะซื้อคุณควรเช็ครุ่นเช็คปีกันดีๆนะครับ ของยามาฮ่าสังเกตดีๆอย่างเช่นบางรุ่นที่ยังใช้ฟ๊อบปี้ดีสอยู่พวกนี้ก็ 10 กว่าปีหรือบางรุ่นที่ยังใช้ Ram Pack RP-3,RP-5 อยู่นี่ก็ 20 กว่าปีนะครับ เปียโนไฟฟ้าขยะเหล่านี้ระบาดอยู่ทั่วไปหมดใช้แล้วเสียไม่ต้องซ่อมเพราะไม่มีอะใหล่แล้วเอาไปตั้งหน้าบ้านแบ่งเนื้อที่ปลูกผักสวนครัวได้เลย.

  • ควรเลือกเปียโนไฟฟ้าให้ตรงจุดประสงค์ที่ใช้เช่นถ้าใช้เรียนอย่างเดียวเก็บไว้ซ้อมที่บ้านไม่ได้ยกเอาไปแสดงที่ไหนควรเลือกรุ่นที่มีไม่ต้องมีฟั่งชันอะไรที่ซับซ้อนมากมายนักไม่ต้องมีจอ LCD ใหญ่ๆเพราะค่าซ่อมมันแพงมาก ส่วนเรื่องระบบ MIDI File มันมีทุกเครื่องอยู่แล้วๆแต่คนชอบครับมีทั้งระบบ General MIDI, XG, GS แต่อย่าเอาอะไรที่มันมากมายไปกว่านี้เพราะเราเอาเสียงเปียโนเป็นหลักๆครับเด็กที่ซื้อไปเล่นผมก็เห็นแค่ใช้เสียงนี้กันทั้งนั้นไปเสียตังซื้อมาแพงๆไม่ค่อยได้ใช้เปล่าๆ แต่ถ้าจะใช้เป็นงานอาชีพแสดงออกคอนเสิร์ตด้วยเนี่ยต้องเลือกรุ่นที่มีราคาขึ้นมาขึ้นอีกหน่อยเช่นมีคุณสมบัติเสียงที่มากกว่าดีกว่าน้ำหนักเบาหิ้วติดตัวไปได้ทุกที่อะไรอย่างนี้อ่ะครับ.

  • ควรเลือกซื้อเปียโนไฟฟ้ารุ่นใหม่มือหนึ่งก่อนแต่ถ้ามันแพงก็หารุ่นเดียวกันเป็นมือสองก็ได้ครับ ไม่ควรซื้อเปียโนไฟฟ้าขยะนำเข้าจากญี่ปุ่นเป็นดีที่สุดอันนี้ขอแนะนำเลยว่าไม่คุ้มเลยครับ บางรุ่นราคาตั้ง 2-4 หมื่นถึงจะเป็นรุ่นใหญ่ของปีไหนก็ตามเฮอะหากเสียขึ้นมาหาอะใหล่ซ่อมไม่ได้เจ็บใจเปล่าๆครับ ราคานี้ซื้อเปียโนไฟฟ้ารุ่นใหม่ดีๆระดับมืออาชีพได้สบายๆถึงจะเล็กก็เล็กพริกขี้หนูคุ้มค่าสบายใจมีอะใหล่รองรับใช้ได้อีก 3-5 ปีคุ้มค่ากว่าเยอะครับ.

  • ควรเลือกซื้อเปียโนไฟฟ้าจากร้านที่เป็นตัวแทนโดยตรงเพราะมีการประกันที่แน่นอนไม่ปิดตัวลอยแพลูกค้าไปก่อนง่ายๆเหมือนพวกร้าน Noname ตามข้างถนนเดือนไหนขายไม่คุ้มค่าเช่าขึ้นมาตัวใครตัวมันครับ.

  • งบประมาณในการซื้อเปียโนไฟฟ้าไม่ควรเกิน 4 หมื่นบาทถ้าเกินจากนี้ไปหาเปียโนจริงๆมือสองดีๆใช้ดีกว่าทนกว่าด้วย.

  • การเลือกซื้อเปียโนไฟฟ้าจาก Brands ดังๆบางยี้ห้ออย่างเช่นยามาฮ่าผมพอช่วยได้นะครับ.

         จากประสบการณ์ 25 ปีเห็นมาเยอะครับบางคนตอนซื้อเปียโนไฟฟ้าสนใจแต่ราคาไม่ดูรุ่นให้ดีเป็นเหยื่อพวกเอาขยะเปียโนไฟฟ้าที่ญี่ปุ่นทิ้งแล้วมาหลอกขาย การซื้อเปียโนไฟฟ้าถ้าไม่ใช้เพื่อเล่นเป็นงานอาชีพควรซื้อเปียโนไฟฟ้าเครื่องรุ่นที่มาตรฐานใช้เล่นในบ้านไปก่อนครับ แล้วถ้าชอบจริงๆค่อยซื้อเปียโนไฟฟ้าใหม่เป็นแบบมืออาชีพจะดีที่สุดครับ เพราะแค่ 2-3 ปีเปียโนไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆจะออกมากันเรื่อยๆ กว่าจะเรียนจนเล่นเก่งก็จะได้ของใหม่พอดีๆไม่ตกรุ่นครับ แต่ถ้ามีงบมากพอก็เอาเปียโนไฟฟ้าแบบดีๆไปเลยก็ได้ครับ.



การเลือกซื้อเปียโนมือสอง

         ช่วงนี้มีร้านเปียโนมือสองเกิดขึ้นใหม่หลายที่ทั้งที่อยู่ตามข้างถนน,ที่อยู่ตามห้างต่างก็มีการโฆษณาสินค้าจนเกินความเป็นจริงรวมทั้งขายด๊ำตัดราคาจนน่าตกใจ แต่จำไว้ให้ดีนะครับ*ในโลกนี้ไม่มีของดีราคาถูกหรอกครับ* ถึงท่านจะได้เปียโนมือสองราคาถูกๆสะใจก็จริง แต่สิ่งที่ตามมาหลังการซื้อจะทำให้ท่านเจ็บใจมากกว่าสะใจแน่ เพราะถ้าท่านโชคร้ายเจอเปียโนมือสองแบบขยะที่หมดสภาพการเป็นเปียโนที่ดีไปแล้วละก็...เท่ากับเอาเงินไปทิ้งซะเปล่าๆครับ.

         เปียโนมือสองที่นำเข้ามาขายอยู่ตอนนี้ส่วนมากเป็นเปียโนขยะที่ญี่ปุ่นทิ้งแล้วอายุก็ราวๆ 20-40 กว่าปีอย่างเช่น YAMAHA PIANO U1D, U3C, U3D '1959-1965' คิดดูว่าอายุเท่าไรแล้ว? พวกที่เอามาขายเก็งกำไรอยู่ตอนนี้แทบจะได้มาฟรีๆด้วยซ้ำไป แล้วก็เอามา Recondition เอามา Regulation ใหม่ แล้วก็บวกราคากันเป็นแสนๆ(ยุคแรกๆ)แข่งประกันจำนวนปี,แข่งจูนฟรีจำนวนครั้งกันเยอะๆเพื่อล่อใจลูกค้าให้ซื้อ ตอนนี้มีร้านเยอะขึ้นก็แข่งกันด๊ำราคาเศษขยะญี่ปุ่นกันใหญ่ ตอนนี้เห็น YAMAHA PIANO U1 ด๊ำราคากันเหลือไม่ถึงเจ็ดหมื่นซึ่งปกติตอนนี้ของใหม่อยู่ที่เกือบสามแสน คิดดูว่าจะเน่าขนาดไหน.

         ผมไม่ได้ว่าเปียโนมือสองไม่ดี แต่มีบางหลังเท่านั้นที่ยังอยู่ในสภาพที่ใช้ได้คิดเป็นเปอร์เซ็นแล้วไม่ถึง 10 % เท่านั้นอย่างเช่นหลังนี้ลองฟังเสียงดูครับผมเจออยู่หลังเดียวที่พอใช้ได้ YAMAHA PIANO U1E '1965-1970' เป็นต้น เปียโนมือสองที่ดีจะต้องมีเสียงที่ยังทุ้มนุ่มลึกกังวาลอย่างมีพลังโดยแค่สัมผัสที่คีร์เบาๆเท่านั้นและน้ำเสียงต้องคงอยู่ได้นานอีกด้วย นี่คือตัวอย่างเปียโนมือสองที่ดีคุ้มค่ากับราคาที่สมน้ำสมเนื้อ อย่าเอาเรื่องราคาถูกๆ,อย่าเอาเรื่องประกันจำนวนปีมากๆ,อย่าเอาเรื่องจูนฟรีจำนวนครั้งเป็นหลักเด็ดขาด มิฉะนั้นท่านจะเจอเปียโนขยะแน่นอน.

         เพราะเมื่อเอาราคาถูกๆมีการประกันจำนวนปีมากขึ้น(ของใหม่เขายังประกันแค่ปีเดียว)จูนฟรีมากขึ้น(ของใหม่เขาจูนให้ฟรีแค่ 3 ครั้ง)พวกเก็งกำไรก็ต้องลดคอร์สต้นทุนสินค้าให้มากขึ้นเพื่อให้เหมาะสมกัน ท่านก็ได้เปียโนมือสองแบบขยะเติมขั้นเนื้อๆไปฉะนี้เอง แต่ถ้าท่านเลือกเป็นคือเลือกเอาคุณภาพเสียงอย่างที่ผมบอกเอาไว้ตอนต้นเป็นหลักก่อนเรื่องอื่นว่ากันทีหลังถึงแม้จะมีราคาขึ้นนิดนึงประกันปีเดียวจูนฟรีแค่ 3 ครั้งก็คุ้มค่าครับ ถ้าเลือกไม่เป็นผมยินดีบริการให้ครับไม่ต้องไปเสียค่าน้ำมันไปดูตามโชว์รูมหรอกครับ พวกขี้โม้ทั้งนั้นตอนจะขายพูดอย่างตอนขายไปแล้วพูดอีกอย่าง โน้นตัวอย่างมี YAMAHA MX100MR '1989-1990' เจ้าของโดนฟันกระบาลไปสองแสนห้าบอกประกัน 3 ปีพอจะให้ไปดูกลับคิดค่ารถช่างบวกเอาไปอีกเลยมาฝากผมขายทิ้งถูกๆ สนใจโทรมาได้เลยนะครับ.

         จำไว้ให้ดีนะครับของดีย่อมมีราคา เปียโนมือสองที่ผมเลือกให้ราคายุติธรรมไม่แพงใช้งานได้อีกนาน รับรองด้วยประสบการณ์การเล่นเปียโนมา 20 กว่าปีไม่ถูกใจยินดีคืนเงินครับ.

         ที่นี่ผมเน้นขายผ่านทางเว็บไซต์ไม่ต้องห่วงเรื่องรับเงินแล้วหนีเพราะโดเมนผมมีที่อยู่แน่นอนตามตัวได้เลยแล้วผมก็ไม่คิดจะทำอย่างนั้นด้วยถ้าไม่เชื่อก็ลองถามลูกค้าที่เคยมาซื้อสินค้ากับผมได้ว่าเป็นอย่างไร รับเงินแล้วหนีหรือเอาของเฮงซวยให้หรือเปล่า ผมอยู่วงการนี้มาเกือบ 30 ปีเล่นทั้งอิเลคโทนและเปียโนมามากโดยเฉพาะของยามาฮ่าเนี่ยเยอะเป็นพิเศษเลยครับ ถ้าไว้ใจกันก็ยินดีบริการครับ.